ตอนที่ 3 : การพบเจอ



"ดาบสีนิล"เด็กหนุ่มทวนคำอย่างสงสัย พลางขมวดคิ้วมุ่นอย่างครุ่นคิด....ดาบสีนิล


"รู้จักไหม?"เรเอลถาม เด็กหนุ่มผมขาวส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยตอบพลางขยี้หัวเบาๆ


"รู้จักน่ะรู้จัก..แต่ไม่เคยเจอกันเลยซักครั้งเดียว...เขาอยู่ข้าก็ไป เขาไปข้าก็อยู่ ในกรณีนี้คือการทำภารกิจน่ะนะ..."เขาไม่เคยพบกับเจ้าของรหัส[ดาบสีนิล]เลยแม้แต่ครั้งเดียว ทังๆที่เขาด้พกับยมทูตที่มีรหัสแทบทุกคนแล้ว พอถามไถ่ถึงแต่ละคนจะทำหน้าลำบากใจ เขาถึงไม่อยากจะไปคิดถึง..."...อืม...เฮ่อ..ว่าแต่ เจ้าไม่อึดอัดกับบรรยากาศเลยหรือ?"เซร์ถามขึ้นเมื่อนึกได้


"ไม่หรอก...ข้าทำงานบนโลกมนุษย์นานพอๆกับที่เจ้าเป็นเงาแห่งความมืด"เรเอลพูดขันๆ "จะว่าไป....เห็นท่านพ่อบอกว่าระหว่างที่อยู่บนสวรรค์จะต้องช่วยท่านทำงาน แลกกับการปิดปากเรื่องที่เจ้าเป็นยมทูต"


นั่นเป็นคำพูดที่ทำให้เขาอึ้ง....

เซร์ถอนหายใจแล้วทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง ก่อนจะเงยหน้ามองฟ้าแล้วนึกในใจ


พี่โซฟีเลีย...ท่านเนี่ย.....


ขยันหาเรื่องให้น้องอย่างข้าจริงๆ..



.............................................................................



ในขณะเดียวกัน..


ฉัวะ!


เสียงฟันร่างของปิศาจดังต่อเนื่องกัน ความรวดเร็วดุจสายฟ้าทำให้เหล่าปิศาจล่าถอยไปด้วยความกลัว...


ปิศาจชั้นสูงที่หลบลี้อยู่เบิกตากว้างอย่างไม่น่าเชื่อ...


ทำไม...


ในการคัดเลือกของเหล่าเทวดา..กลับมีเงาแห่งความมืดอยู่ถึงสองคน!


ทางฝ่ายร่างภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทก็ไล่ฆ่าเหล่าปิศาจด้วยความหงุดหงิดใจ....ในมือกำกระดาษแผ่นหนึ่งที่เพิ่งจะได้รับมาเมื่อ 2 วันก่อน ดวงตาสีนิลก้มลงมองข้อความในกระดาษ..ก่อนจะขว้างออกไปเสียไกล


ท่านพี่โซฟีเลีย....


ช่างขยันหาเรื่องยุ่งให้ข้าจริงๆ!


กระดาษแผ่นนั้นค่อยๆคลี่ออก....เผยให้เห็นถึงข้อความภายใน




[เจ้าจงตรงไปที่สวรรค์ และเข้าทดสอบการเข้าโรงเรียนเทวดา


จงอย่าหนีซะให้ยาก


โซฟีเลีย ดรากูล


เอ้อ...อย่าลืมทำตามคำสั่งท่านจอมเทพล่ะ และเจ้าจะมีเพื่อนร่วมทาง...จำราตรีสีเงินได้หรือไม่?]





ร่างสูงเจ้าของกระดาษแผ่นน้อยวิ่งตรงไปอย่างรวดเร็วเพราะรู้ตัวดีว่ากลิ่นอายที่แผ่ขยายไปของตนคงทำให้เหล่าปิศาจเกรงกลัวขนาดที่ไม่มาเข้าใกล้..มุมริมฝีปากยกขึ้น....รอยยิ้มที่คล้ายจะเย้ยหยันตนเอง

จำได้ดี.....

เจ้าของใบหน้าอันไร้วิญญาณเมื่อตอนนั้น...

คนที่ได้ลืมเลือนเขาไปแล้ว...

...อย่างน่าโมโห...

.......................................................................................


"....โอ๊ย...ไอ้บ้าที่ไหนมันคิดการทดสอบนี้ขึ้นมาวะ!!!!!!!!!!!"เซร์โวยวายเสียงดัง มือเรียวบางเสยผมยาวที่รุ่งริ่งของตนขึ้น ก่อนจะส่ายสายตามองหาเชือกซักเส้นมามัดผมสีขาวพิสุทธิ์ของตน พลางสะบัดเคียวสีเงินอันใหญ่ในมือฆ่าปิศาจที่โผล่มาไปด้วย



รำคาญ...เพราะไอ้ที่โผล่มาเสือกมีแต่ปิศาจกระจอกๆ....ปิศาจชั้นสูงที่รู้กลิ่นอายของเขาเผ่นนี้หายไปเสียหมด!!

อีกทั้งการที่ไม่สามารถกลับร่างเป็นผูหญิงได้ทำให้ท่วงท่าเก้ๆกังสิ้นดี จนกระทั่งเขาตัดสินใจไม่สนใจมันและใช้ท่วงท่าการต่อสุ้ที่ไม่สมกับเป็นบุรุ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมองไปทางเด็กสาวที่มองมายังเซร์แบบแปลกๆ..



"คิดถูกที่ตามนายมา เซร์"เรเอลพูดอย่างรื่นรม มือทั้งสองข้างไม่มีอาวุธเพระถูกเพื่อนรักจัดการซะเรียบก่อนถึงมือตน พลางมองใบหน้าหงุดหงิดของเพื่อนสาวที่ยามนี้กลับสถานะเป็นชาย


"ขยะแขยงที่สุด!!"เวเรเอลกล่าวเมื่อซากปิศาจตนหนึ่งหล่นลงมาหน้าตน เรเอลหันไปมองฝาแฝดผู้น้องของตน ก่อนจะหันไปกระซิบกับเพื่อนซึ่งมองอยู่แต่แรก


"ข้าไม่ได้สนับสนุนให้นางมาเรียนที่นี่เลย...นางตามมาเอง ท่านพ่อก็ไม่ยอมห้าม"เรเอลว่าพลางถอนหายใจ "เจ้าเองก็เหมือนกัน ไม่อึดอัดเรอะ? ต้องอยู่ในร่างของบุรุษ"


"ไม่...ก็คิดว่าเฉยๆ...อันที่จริงเมื่อก่อนก็โดนบ่อย..."ว่าแล้วเซร์ก็ต้องรีบสะบัดหัวไล่ความทรงจำสุดรันทดออก... "ที่ลำบากอย่างเดียวก็แค่ว่า มันใช้ท่าบางท่าไม่ได้"


เรื่องนี้ต้องโทษคนสอนที่สอนมาแต่ท่าสวยๆเห็นผลเยี่ยม...แต่ไม่เหมาะกับผู้ชาย


"มันน่ากลัวขนาดนั้นเชียวรึ?"


"เอาไว้ว่างๆจะพาไปเที่ยวนะ..แต่ระวังจะโดนใช้งาน ว่าแต่ว่า...ข้ายังไม่เห็นวี่แวว[ดาบสีนิล]เลย"เด็กหนุ่มว่าพลางมองหาร่างของคนรอบๆ


ยังไม่เจอใครโผล่มาเลยซักคน...

น่าแปลก.....ป่ามนุษย์แม้กว้างขวาง....แต่เมื่อเป็นสถานที่ทดสอบก็ควรจะบีบให้เป็นวงแคบ...





แปลก....จริงๆ...



"อะ..นั่นเจ้าจะไปไหนน่ะ เวเร!!"เรเอลตะโกนก้อง ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งตามน้องสาวของตนไป


"อ๊ะ เรเอล!!..อย่านะ เดี๋ยวจะ..."เด็กหนุ่มตะโกนขึ้นอย่างตกใจ แต่ก่อนจะทันได้คว้าเสือของเพื่อน ร่างของเรเอลก็วิ่งละลิ่วตามน้องสาวไปเสียแล้ว

"บ้าจริง..."


ทั้งๆที่ไม่ควรจะมาพลัดหลงกันแบบนี้แท้ๆ...

ประสาทสัมผัสบางอย่างเตือนว่ามีกลิ่นอายอันตรายใกล้เข้ามา เสียงลมหีวดหวิวที่กระทบโลหะแว่วเข้าหูเซร์ ไม่รอช้า ยมทูตหนุ่มจึงรีบกระโดดขึ้นปะทะทันที


ฟึบ...แคร้ง!!


เสียงปะทะกันของโลหะสองชิ้นดังขึ้น เซเรียสเงยหน้ามองผู้ที่ตนเข้าไปปะทะด้วย ดวงตาสีนิลมองใบหน้าของเขาอย่างตื่นตระหนก....ก่อนจะสงบลง แล้วดาบกับเคียวขนาดใหญ่ก็แยกออกจากกัน

ร่างของทั้งสองคนที่ขึ้นปะทะกลางอากาศเหยียบย่ำลงบนพื้นดิน ก่อนชายใต้ผ้าคลุมสีนิลจะกล่าว


"....ขอโทษ....ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นผู้เข้าร่วมทดสอบ" ชายหนุ่มภายใต้ผ้าคลุมสีดำกล่าว "ข้าชื่อ ยูอิส แวลเรียส เทวดาในเขต เฟอร์เฟร์"


"ขะ.....ข้า...ข้าชื่อ เซเรียส ดรากูล เทวดาในเขต ฟิวเรียส"เซร์แนะนำตัว "เรียกว่าเซร์ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จัก"


"ยินดีที่ได้รู้จัก?"น้ำเสียงของอีกฝ่ายที่เขาไม่แน่ใจว่าทักทายกลับหรือประชดกันแน่....ถ้าเขาไม่เข้าใจผิด...คนตรงหน้าทำราวกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อน...และตัวเขาเองที่ลืมไป..


ไม่มีทาง...คงเป็นนิสัยการทักทายของคนคนนี้กระมัง?


"....นายเจอคนอื่นๆบ้างไหม? เมื่อกี้ข้าก็เพิ่งพลัดหลงกับเพื่อนอีกสองคน แล้วเพื่อนของเจ้าล่ะ"เซร์เริ่มเปิดบทสนธนา


"ข้ามาคนเดียว" ร่างสูงตอบเรียบๆ "ส่วนที่ว่าเจอใครไหมนั่น....ข้าเห็นบ้างประปรอย....แต่ตั้งแต่เข้าเขตนี้มา ข้าไม่เห็นใครนอกจากเจ้า"


"งั้นหรือ...."เซร์พึมพำ..ก่อนจะถอนหายใจดังเฮือก..


งงกับการทดสอบนี้จริงๆ..


....................................................................





“เจ้าสงสัยไหม? ว่าทำไมผู้เข้าทดสอบคนอื่นๆถึงหายไป?”เซร์หันไปตามเสียงที่ดังขึ้น ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น


นั่นสินะ.....


ทั้งๆที่ควรจะพบคนอื่นบ้าง..แต่นี่ไม่..


แถมดูเหมือนพวกปิศาจจะไม่โผล่ออกมาแล้ว


“ไม่รู้”เด็กหนุ่มตอบตรงๆ “เจ้ารู้หรือ?”


ยูอิสแค่นยิ้ม


“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”



คำตอบนี้ทำให้เซร์อึ้ง...

แล้วถามหาพระแสงสวรรค์วิมานอะไรกัน!!


เด็กหนุ่มสบถในใจ ก่อนที่เสียงเสียงหนึ่งจะดังขึ้น


[ถึงผู้เข้าทดสอบทุกท่าน ด่านที่ท่านเพิ่งผ่านมาเป็นเพียงการทดสอบความสามารถ ท่านที่เหลือรอดมาได้เท่านั้นจึงมีสิทธิเข้าสอบโดยแท้จริง]


“อะ...อะไรน่ะ....ยูอิส”เด็กหนุ่มถามคนข้างๆ เสียงนี้ราวกับว่าดังก้องในหัว...


“ดูเหมือนว่าผู้คุมสอบจะส่งคำพูดมาถึงสมองโดยตรงน่ะ”ยูอิสพูดเรียบๆ ก่อนจะตั้งใจฟังต่อ


[ตอนนี้แต่ละจุดนั้นพวกท่านจะอยู่กันสองคน ขอให้รู้ว่าในระหว่างการสอบคนคนนั้นคือพาร์ทเนอร์ของท่าน อนึ่ง...ถ้าพาร์ทเนอร์ของท่านสอบตกท่านก็ต้องสอบตกด้วยเช่นกัน การสอบจริงนั้น ทางเราจะส่งลูกแก้วให้ท่านคนละลูก ให้ท่านดูแลลูกแก้วนี้อย่างดี ถ้ามันเป็นอะไรไปถือว่าท่านสอบตกทันที ]


[เดี๋ยวจะมีประตูเกิดขึ้นเบื้องหน้าพวกท่าน ขอให้เดินเข้าไปในประตูนั้น...แล้วจะมีผู้นำทางให้ท่านทั้งหลาย..]

ซักพัก..เหนือหัวของทั้งสองคนก็มีลูกแก้วตกลงมา


เซร์รับลูกแก้วไว้อย่างเบามือ ลูกแก้วสีฟ้าใสกลิ้งไปมาในอุ้งมือบาง เด็กหนุ่มมองลูกแก้วอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเก็บลงกระเป๋า หัวใจเต้นไม่เป็นระส่ำ



น่าสนุก!


การสอบคงได้เจอเรื่องที่สนุกกว่าการไล่ฆ่าปิศาจ..เพียงแค่คิดเลือดที่ไหลเวียนอยู่ก็ร้อนรุ่ม...



ความคิดบ้าๆ...ที่เทวดาเขาคงไม่คิดกัน..



เจ้าของดวงตาสีแซฟไฟร์คิดอย่างติดจะขันตัวเอง ก่อนจะหันไปทางเพื่อนร่วมทางที่จะได้เป็น[พาร์ทเนอร์]กันต่อไป


“ว่าไง? ยูอิส”


“เรียบร้อย....ดูเหมือนว่าพวกปิศาจนั้นจะแค่ของเรียกน้ำย่อย...อาหารจานหลักมันหลังจากนี้”ร่างใต้ผ้าคลุมสีดำกล่าวพลางยิ้ม ก่อนจะถอดเสื้อส่วนที่คลุมหัวออก เผยให้เห็นเรือนผมสีเดียวกับผืนผ้าสีรัตติกาลยามค่ำคืนยาวยวงที่มัดรวบไว้...แต่ยิ่งกว่านั้น...


มีสิ่งให้ร่างเจ้าของเรือนผมสีหิมะตะลึง...


ดวงตาสีนิลของคนตรงหน้าสั่นระริก..ที่หากเขาสื่อความหมายไม่ผิด..


ตื่นเต้น.....สนุก..ท้าทาย...


...กับสิ่งที่จะได้พบต่อจากนี้ไป..



..เหมือนกับเขา..


หรือว่า....


ไม่สิ.....คงไม่เจอง่ายปานนั้น...


..ดาบสีนิลคนนั้นน่ะ..


แต่ทว่า....พาร์เนอร์ของเขาคนนี้...


คงจะเข้ากันได้มากกว่าที่คิด?


ความคิดที่ทำให้เด็กหนุ่มแสยะยิ้มอย่างยินดี..


ซักพักมวลอากาศเบื้องหน้าก็บิดเบือนเปลี่ยนรูปร่างและสีเป็นลักษณะที่เรียกได้ว่า...ประตู


[เริ่มการสอบรอบแรกได้]