Title : Resonance Sound

 

Author : Sinnerdarker

 

Paring : ClearxAoba

 

Rating : PG-15 เนื่องจากมีฉากจุ๊บ

 

Note : ได้ข่าวว่าหล่อนปั่นฟิค Noicle อยู่ แล้วฟิคนี้ลอยมาจากไหนนนนนนนน

 

แงง คือจู่ๆ ก็ได้โมเมนต์มา ว่าถ้าเอ อาโอบะซื้อกระดิ่งลมไปให้เคลียร์คงดีใจ (เพราะกระดิ่งลงนอกจากจะทำจากแก้วยังโมเมมองว่าเป็นแมงกะพรุนได้ แง..) เลยรีบเขียนค่ะ รุ้สึกตัวอีกทีก็นั่งปล้ำกับมันจนออกมาเกือบ 7 หน้าแล้ว /ลงไปนอนร้องไห้/

 

นี่เป็นฟิค DmmD เรื่องแรกที่แต่งค่ะ นังซินไม่ได้เขียนฟิคมานานแล้ว ทั้งเนื้อเรื่องทั้งภาษาอาจจะด๋อยลงไปบ้างต้องกราบขออภัย ;~;//

 

ว่าแต่มีเมนเคลียร์หลงเหลืออยู่บ้างไหม /sob

 

ตอนนี้กำลังปล้ำกับฟิคอีกสองเรื่อง ยาวทั้งสองเรื่อง เรื่องนึงใช้ชื่อว่า I hear your voice, you feel my heart เป็นฟิคนอยซ์เคลียร์ที่เน่าสาด กับฟิคดราม่า GE&BE รูทเคลียร์ ภายใต้ชื่อ Synchronized World ค่ะ! (โปรดทราบว่าสองเรื่องนี้ยังไม่มีกำหนดออก… เพราะนังซินติดสอบบบ)

 

ขอให้สนุกกับฟิคนะคะ ;v;//

 

+++++++++++++++++++++++

 

 

 

เสียงกังวานใสของแก้วที่กระทบกันทำให้ขาที่กำลังจะก้าวเดินหยุดชะงัก

 

ชายหนุ่มยืนนิ่ง ปล่อยให้เสียงอันอ่อนโยนดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ตัดผ่านความวุ่นวายรอบข้างมาหาเขา ก่อนที่จะหันใบหน้ามองหาที่มาของเสียง และพบกับร้านที่ซ่อนตัวอยู่ในซอกแคบๆ ของย่านเมืองเก่าซึ่งหากไม่ตั้งใจมองจะไม่มีวันพบเห็น

 

ร้านดังกล่าวสร้างขึ้นจากไม้ สีน้ำตาลและรอยผุกร่อนบอกถึงความเก่าแก่ของสิ่งปลูกสร้าง หน้าร้านไม่ได้เขียนอะไรไว้ไม่ว่าจะเป็นชื่อร้านหรือป้ายประกาศใด แต่กลับเต็มไปด้วยกองของเก่าที่วางกองราวกับถูกทอดทิ้ง

 

อาโอบะเลิกคิ้วอย่างสนใจ เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีร้านแบบนี้อยู่ในเขตเมืองเก่าของเกาะมิโดริจิมะ

 

ชายหนุ่มคิดพลางเดินเข้าไปใกล้ร้าน นัยน์ตาสีเหลืองหม่นกวาดมองหน้าร้านสะอาดสะอ้านที่ให้ความรู้สึกสงบนิ่ง กองของเก่าที่วางอยู่ด้านหน้าเต็มไปด้วยสิ่งของหลายประเภท แต่ส่วนใหญ่ดูจะไม่ใช่อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์หรือสิ่งของล้ำสมัย

 

…ร้านแห่งนี้ให้ความรู้สึกผิดยุคผิดสมัยเหลือเกิน

 

‘อาโอบะ มีอะไรรึเปล่า?’ เร็นโผล่ศีรษะออกมาจากกระเป๋าสะพายของอาโอบะ จ้องมองชายหนุ่มด้วยนัยน์ตาสีดำสนิท ‘ถ้ากลับช้าเคลียร์จะรอนะ’

 

“อะ อืม..รู้แล้ว แต่ฉันอยากแวะร้านนี้หน่อยนะ” อาโอบะว่าพลางเปิดประตูร้านเข้าไป ประตูร้านเป็นบานเลื่อนกระดาษเหมือนที่บ้านเขา ยิ่งให้ความรู้สึกเก่าแก่เข้าไปใหญ่ “ขอรบกวนหน่อยนะคร้าบ..”

 

กริ๊ง

 

เมื่อปิดประตู สรรพเสียงจากภายนอกก็เลือนหาย เหลือเพียงความสงบและเสียงกระดิ่งที่ดังกังวานยามสายลมพัดผ่าน

 

ภายในร้านค่อนข้างแคบ แต่มีลักษณะเป็นห้องทอดลึกเข้าไป ผนังทาด้วยสีขาวเทาเย็นตา แสงสว่างอ่อนๆ ส่องผ่านหน้าต่างจากหน้าร้านเข้ามาภายใน แต่เพราะภายในร้านไม่มีหลอดไฟ ส่วนที่ลึกเข้าไปจึงยากจะเห็นได้ชัด

 

อาโอบะกลอกนัยน์ตามองรอบร้าน ด้านข้างเต็มไปด้วยชั้นใสวางโชว์ของ ด้านบนมีลวดเส้นยาวตลอดร้าน แขวนสิ่งห้อยห้อยระโยงระยางลงมา 

 

“ยินดีต้อนรับจ๊ะ”เสียงแหบพร่าของวัยชราดังขึ้นจากข้างใน ดึงให้ชายหนุ่มผมน้ำเงินเงยหน้าสบมอง จึงพบกับร่างของหญิงชราท่าทางใจดี นั่งปักผ้าอยู่ในเคานต์เตอร์ร้านลึกเข้าไป “อยากได้อะไรหรือจ๊ะ? ให้ยายช่วยหาไหม”

 

“เปล่า คือผม…”

 

กริ๊ง

 

เสียงกังวานใสที่ดึงดูดเขาเข้ามาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้อาโอบะจึงหันไปยังต้นเสียง และเห็นกระดิ่งที่ทำจากแก้วใสแขวนประดับไว้อยู่ที่หน้าต่างซึ่งสายลมพัดผ่าน ส่งเสียงอันไพเราะยามแท่งแก้วกระทบขอบกระดิ่งจากภายใน

 

นี่เอง..ที่มาของเสียงนั้น…

 

“ชอบกระดิ่งลมหรือ? จะซื้อซักอันไหมล่ะ” หญิงชรากล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าลูกค้าของตนสนใจกระดิ่งลมที่เธอแขวนไว้ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นแลเดินออกมาจากในร้าน เข้าไปหยิบกล่องกระดาษจากตู้เก็บของที่ทำจากไม้ และเดินไปวางทไว้บนตู้โชว์ข้างๆ กายชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง

 

“เอ่อ ผมแค่เข้ามาดู…”อาโอบะรีบยกมือห้ามหญิงชราไว้ ทว่าดูเหมือนเธอจะไม่สนใจ

 

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ฉันก็แค่เอาให้เธอดู นานๆ จะมีคนเข้าร้านที คิดซะว่าเป็นเพื่อนเล่นยายแก่ซักพักแล้วกัน?”หญิงชราขยิบตาอย่างขี้เล่น และหัวเราะแผ่วเบา อาโอบะที่เห็นแบบนั้นก็ใจอ่อน จึงผงกหัวให้หญิงชรา

 

เจ้าของร้านเห็นอาโอบะพยักหน้าก็ทำสีหน้าพอใจ ก่อนจะเปิดฝาลังกระดาษออก เผยกระดิ่งลมแก้วใสอีกนับสิ้บชิ้นที่ถูกห่อไว้ด้วยกระดาษอย่างทะนุถนอม

 

อาโอบะกวาดตามองลวดลายของกระดิ่งลมอย่างนึกทึ่ง ลวดลายตวัดโค้งประดับประดาที่วาดลงบนเนื้อแก้วใสทั้งงดงามและให้ความรู้สึกสงบ เฉกเช่นเดียวกับที่เสียงของมันนำพามา

 

ในที่สุด ดวงตาของเขาก็หยุดลงที่กระดิ่งลมอันหนึ่ง

 

กระดิ่งลมอันนั้นแต้มเส้นหนาๆ ไว้สองเส้น ขีดยาวลงมาราวกับดวงตา ขอบแก้วของตัวกระดิ่งทำลายโค้งเป็นระบายและระบายสีเนื้อแก้วเป็นสีฟ้าอ่อน แท่งแก้วที่ห้อยลงมาเป็นตัวลั่นเสียงทำไว้เป็นเส้นคลื่นแทนที่เป้นแท่งตรง ..มองแล้วทำให้เขานึกถึงอะไรซักอย่าง

 

..เหมือนแมงกะพรุน

 

พอนึกได้แบบนั้น อาโอบะก็หลุดหัวเราะพรืดออกมา เมื่อแมงกะพรุนที่ว่าทำให้เขาไพล่ไปนึกถึงคนที่เป็นแฟนตัวยงของแมงกะพรุน

 

 ถ้าเคลียร์มาเห็นจะว่ายังไงนะ

 

อาโอบะจินตนาการถึงดวงตาสีชมพูเป็นประกาย เสียงทุ่มนุ่มที่ร้องขึ้นด้วยความตกใจ และรอยยิ้มสดใสของชายหนุ่มผมขาวผู้คลั่งไคล้แมงกะพรุนและสิ่งของใสกระจ่าง …พร้อมกับที่เจ้าตัวอาจจะดึงแขนเขาไว้ด้วยความตื่นเต้น และกล่าวขอบคุณเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนน่าฟัง

 

ยิ่งคิด อาโอบะก็ยิ่งหุบยิ้มไว้ไม่ไหว จนกระทั่งหญิงชราทักเขา ดึงชายหนุ่มขึ้นมาจากห้วงภวังค์

 

“สนใจหรือเปล่า?”

 

อาโอบะหันไปมองหญิงชราที มองกระดิ่งรูปแมงกะพรุนที ก่อนจะกระแอมและถามขึ้น “อันนี้เท่าไหรครับ? คุณยาย”

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

“ทาเอะซางงงง อาโอบะซังยังไม่กลับมาเลยครับบบ” เคลียร์เอ่ยเสียงหงอย มองนาฬิกาซึ่งเลยเวลาที่ชายหนุ่มผมน้ำเงินควรจะกลับมานานพอสมควรแล้ว

 

“กลับช้านิดช้าหน่อยจะเป็นอะไรไปฮึ? ว่าแต่วันนี้ทำไมถึงไม่ไปรับที่ร้านล่ะ?”ทาเอะเดินออกมาจากห้องครัว มองเคลียร์ที่นั่งกอดเข่าทะมึนอยู่หน้าประตูบ้าน

 

“อาโอบะซังบอกว่าจะแวะซื้อของ ก็เลยไม่ให้ไปรับน่ะครับ แต่ว่าถึงจะซื้อของด้วย นี่ก็ก็นานเกินไปแล้ว…”เคลียร์พึมพำอย่างเป็นกังวล มองนาฬิกาที มองประตูที แล้วหันมามองทาเอะด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ทาเอะซัง…”

 

“ฮื่ม…..”หญิงชราหลุบตาลงพร้อมกับพรูลมหายใจ “จะออกไปตามก็ไปเถอะ”

 

“อ๊ะ! ครับ ทาเอะซัง! จะรีบไปรีบกลับนะครับ!”เคลียร์พลันเด้งขึ้นจากพื้น ดวงตาสีชมพูหม่นแทนที่ด้วยประกายวิบวับในทันใด ก่อนจะเดินออกไปที่ประตูโดยไม่ลืมหันมาบอกคนที่อนุญาติให้เขาไป “ไปแล้วนะครับ!!”

 

ว่าจบ เคลียร์ก็รีบวิ่งออกไปจากประตู ทิ้งทาเอะให้ถอนหายใจและส่ายหัวกับความบ้าของเด็กบ้านตน

 

++++++++++++++++++++++++++

 

“ให้ตายสิน้า…ซื้อมาจนได้นะเรา”อาโอบะพึมพำกับตัวเอง มองกล่องไม้สี่เหลี่ยมอย่างดีที่บรรจุกระดิ่งลมไว้ภายใน ขณะที่กำลังเดินทางกลับบ้าน “เร็น นายว่าไง?”

 

‘ก็จะซื้อให้เคลียร์ไม่ใช่หรือ?’เร็นตอบกลับออกมาจากในกระเป๋า ‘งั้นก็อย่ากังวลเลย’

 

“ฮืม...ถ้าเคลียร์ไม่ชอบขึ้นมาคงเสียหน้าแย่” อาโอบะพูดกับตัวเองแบบนั้น แต่เขาคิดว่าความเป็นไปได้นั้นแทบจะเป็นศูนย์ เขาแทบจะจินตนาการใบหน้าดีใจของเคลียร์ออกอย่างชัดเจนทีเดียว

 

นอกจากนี้…ยิ่งจินตนาการหนักขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตื่นเต้นที่จะได้เห็นสีหน้าของเคลียร์จริงๆ มากขึ้นเท่านั้น

 

…รีบกลับบ้านให้เร็วกว่านี้ดีกว่า

 

ในระหว่างที่คิดแบบนั้น เขาก็พลันได้ยินเสียงเรียกชื่อตนจากที่ไกลๆ

 

“อา~โอ~บะ~ซางงงงงงงงงงงงง”

 

ตุบ!

 

“เหวอ!? เคลียร์!!” อาโอบะสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์สีขาวก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขา กระโดดผลุบลงมาจากหลังคาบ้านที่ใกล้กับตัวเขามากที่สุด “บอกแล้วไงให้เลิกเดินทางโดยใช้หลังคาบ้านซะที..เหวอ!”

 

หมับ!

 

“ก็อาโอบะซังกลับช้านี่ครับ!”เคลียร์ว่าพลางกอดชายหนุ่มในอ้อมแขนไว้แน่น “ผมก็กลัวว่าจะเป็นอะไรไป”

 

“นายนี่น้า….” อาโอบะถอนหายใจเฮือก ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของคนที่กอดเขาไว้ มืออีกข้างยังคงประคองกล่องไม้ไว้อย่างเบามือ “ห่วงฉันเกินไปแล้ว”

 

“อาโอบะซังเป็นคนสำคัญ ผทก็ต้องเป็นห่วงสิครับ!”เคลียร์ว่าด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมกับคลายอ้อมแขนที่กอดรัดอีกฝ่ายไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วถามอย่างกระตือรือร้น “ว่าแต่ว่า อาโอบะซัง ซื้อของเสร็จหรือยังครับ ให้ผมช่วยถือไหม หรือว่ากำลังจะไปซื้อ?”

 

“ฮะๆ… ซื้อเสร็จแล้วล่ะ ตอนนี้กำลังจะกลับบ้าน แล้วของก็ไม่ได้หนักด้วย ฉันยัดลงกระเป๋าไปแล้ว”อาโอบะหัวเราะแห้งๆ มองรอยยิ้มซื่อตรงของเคลียร์ ก่อนจะเอ็ดอีกฝ่ายเบาๆ “แล้วก็ วันหลังอย่าอยู่ๆ โดดกอดแบบนี้อีกล่ะ! เกิดฉันล้มลงไปจะทำยังไง!”

 

พอได้ยินแบบนั้น เคลียร์ก็หงอยลงทันที “ขอโทษครับ…เอ๋”

 

เคลียร์เบิกนัยน์ตาสีชมพูเล็กน้อย ก่อนจะจ้องมองไปที่กล่องในอ้อมแขนของอาโอบะ “นั่นอะไรหรือครับ? อาโอบะซัง”

 

“อ๋อ..นี่น่ะเหรอ…”อาโอบะเปลี่ยนสายตามาจ้องมองกล่องไม้ในอ้อมแขน ริมฝีปากอ้าเอ่ยกำลังจะบอกออกไป ทว่าซักพัก ชายหนุ่มกลับหุบปากฉับ และยิ้มเผล่ให้ชายหนุ่มผมขาว “เป็น-ความ-ลับ!”

 

“เห~~”เคลียร์พลันร้องขึ้น “อะไรกัน อาโอบะซัง! ทำไมถึงบอกผมไม่ได้ล่ะครับ!”

 

“ไว้ถึงบ้านก่อนแล้วจะหยิบขึ้นมาให้ดู”อาโอบะว่าอย่างรื่มรมณ์ ก่อนจะคว้ามือของเคลียร์มาจูงไว้แล้วลากตัวไปด้วยกัน “ไป กลับบ้านกันเถอะ”

 

“อา..ครับ! อาโอบะซัง”เคลียร์ผงกหัวหงึกๆ ดวงตามองมือที่กุมประสานกันไว้ ก่อนจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วเดินเคียงข้างไปกับชายหนุ่มผมน้ำเงิน “ว่าแต่ จะไม่บอกจริงๆ หรือครับว่าคืออะไร?”

 

“รอให้ถึงบ้านก่อน แล้วฉันจะให้นายเห็นเอง”อาโอบะว่าพลางเงยมองเคลียร์ที่จ้องลงมา ชายหนุ่มผมขาวหยักศกทำสีหน้ากึ่งตื่นเต้นกึ่งอดรนทนไม่ไหว ก่อนจะผงกหัวให้อีกรอบเป็นเชิงเข้าใจ

 

พวกเขาเดินมาด้วยกันจนเข้าเขตถนนที่จะนำทางไปสู่บ้านตระกูลเซรางาคิ มือที่กุมประสานกันไว้ยังคงไม่แยกจาก คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มมองพวกเขาสองคน จนอาโอบะชักจะเริ่มรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างจริงจัง

 

ชายหนุ้มผมน้ำเงินรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย เขาเอาแต่คิดว่าอยากจะจูงมือเดินกลับบ้านกับเคลียร์ อยากจะเห็นใบหน้าดีใจของเคลียร์ สุดท้ายก็ลืมไปว่า..ผู้ชายตัวโตๆ สองคนเดินจูงมือกลับบ้านเป็นเรื่องประหลาดไม่น้อย

 

“เคลียร์….”อาโอบะเงยหน้ามองคนรัก กำลังจะบอกให้ปล่อยมือออกจากกัน แต่พอเห็นใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มมองลงมา เขาก็รู้สึกพูดอะไรไม่ออก

 

“มีอะไรเหรอครับ? อาโอบะซัง?”

 

“…..อืม..”อาโอบะครางในคอ สีหน้ายุ่งยากอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เจ้าตัวจะกลอกตามองฟ้าแล้วถอนหายใจพรืด “เอาเถอะ ไม่มีอะไรหรอก”

 

“คือว่า…” เคลียร์พึมพำขึ้นมา

 

“หืม?”

 

“พอเดินจูงมือกลับบ้านกันแบบนี้แล้วเหมือน..เหมือน…” เคลียร์เริ่มพูดตดอ่าง ดูเหมือนจะไม่ยอมพูดคำต่อไปออกมา

 

“….คนรัก?”อาโอบะลองเดาออกไป

 

พอได้ยินคำศัพท์อย่างคำว่า ‘คนรัก’ เคลียร์ก็เบิกดวงตาขึ้น ใบหน้าแดงเรื่อ ก่อนจะผงกหัวรัวๆ “ครับ!! ดีจังเลยน้า…ผมไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะได้เดินจูงมือกับอาโอบะซังเหมือนเป็นคนรักกันแบบนี้”

 

“…เหมือนเป็น.?.. เคลียร์ ตอนนี้เราก็เป็น..แฮ่ม!” อาโอบะกระแอมเบาๆ แก้เขิน “…ตอนนี้เราก็เป็นคนรักกันอยู่แล้วนี่”

 

“เรื่องนั้นผมทราบดีครับ ผมหมายถึง..เราไม่ค่อยได้ทำแบบที่พวกเขาทำกัน อย่างเช่นจูงมือแบบนี้น่ะครับ!”เคลียร์ว่าพลางยกมือที่กุมกันขึ้นมา ท่านทางตื่นเต้นดีใจ ก่อนที่ชายหนุ่มผมขาวจะหลุบตาลง สีหน้าแสดงถึงความพอใจอันเงียบสงบ “ผมดีใจมากเลยล่ะครับ อาโอบะซัง…”

 

“…งั้นวันหลังถ้าออกไปไหนด้วยกัน จะจูงมือกันอีกไหมล่ะ?” อาโอบะว่าพลางยกมืออีกข้างที่เหลือเกาจมูกตัวเองแก้เขิน และพอเงยมองหน้าคนข้างๆ ก็พบกับสหน้าเบิกบานและดวงตาสีชมพูที่เปล่งประกายยินดีตามคาด

 

“คะ-ครับ! อาโอบะซัง ผมจะจับมืออาโอบะซังไว้แน่นๆ เลย!”

 

“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้…”

 

อาโอบะหัวเราะแห้งๆ มองเคลียร์ที่กุมมือเขาพลางฮัมเพลงไปพลาง ก่อนจะกลอกดวงตาลงมามองกล่องไม้ในอ้อมแขนของตน

 

พอเห็นเคลียร์ดีใจกับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ เขาก็ยิ่งอยากให้อีกฝ่ายเห็นสิ่งนี้เร็วขึ้น

 

อาโอบะกลั้นยิ้ม ความตื่นเต้นในอกเขาคงไม่ต่างจากที่เคลียร์แสดงออกตอนนี้ซักเท่าไหร่ ดังนั้นเขาจึงเร่งฝีเท้าลากเคลียร์ไปด้วยกัน เพื่อที่จะถึงบ้านให้เร็วที่สุด

 

++++++++++++++++++++++++++

 

“กลับมาแล้วครับ คุณยาย”

 

“กลับมาแล้วครับทาเอะซัง!”

 

“ยินดีต้อนรับกลับ..” ทาเอะตอบรับคำทักทายของทั้งสองคน  ก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะพากันไปขึ้นไปชั้นสอง และก้าวเข้าไปในห้องของอาโอบะ

 

วันนี้อากาศเย็นสบาย สายลมเบาๆ พัดผ่านเข้ามาภายในห้องของเขาจากหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ ทำให้ในห้องเต็มไปด้วยกลิ่น

 

ชายหนุ่มผมน้ำเงินวางกระเป๋าไว้กับเตียงและทิ้งตัวนั่งลงไป เคลียร์เองก็นั่งลงกับพื้นข้างๆตัวอาโอบะ นัยน์ตาสีชมพูจ้องมองกล่องไม้ในมือของอษโอบะด้วยความตื่นเต้น

 

กล่องไม้ที่ใส่กระดิ่งลมมาเป็นกล่องกล ต้องใช้วิธีดึงออกจากด้านข้างถึงจะเปิดได้ ดังนั้นเขาจึงทดสอบดึงออกมาเล็กน้อย จะได้ไม่หน้าแตกตอนที่ดึงออกมาให้เคลียร์ดู

 

พอทดสอบจนพอใจ อาโอบะก็เงยหน้าขึ้นมองสหน้ารอคอยของเคลียร์และว่าขึ้น “พร้อมไหม?”

 

“ครับ!!”

 

“งั้นก็......” อาโอบะพึมพำ ก่อนจะเลื่อนกล่องออกมาให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน

 

เคลียร์ชะโงกหัวมองสิ่งที่อยู่ภายในอย่างตื่นเต้น ก่อนจะนิ่งไป

 

ของในกล่องนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางกองฝอยกระดาษ รอบกล่องไม้บุด้วยนวมป้องกันแรงกระแทก ของสิ่งนั้นมีลักษณะคล้ายโถใสขนาดเล็กคว่ำลง ส่วนปากโถที่ระบายกว้างออกเป็นคลื่นระบายด้วยสีฟ้าอ่อนเหมือนน้ำทะเล บนผิวโค้งใสมีแต้มยาวสีดำสองจุดราวกับดวงตา

 

ที่กึ่งกลางของโถมีแท่งแก้วอยู่ภายใน แท่งแก้วนั้นวางเรียงกันอยู่ราวสามสี่อัน มีลักษณะเป็นคลื่นคล้ายกับคลื่นไหวอยู่

 

เคลียร์ชอบของที่โปร่งใส

 

เขาชอบแมงกะพรุน ชอบขวดแก้ว  ดังนั้นเขาจึงมักจะเก็บขวดแก้วที่คนทิ้งในกองขยะมาเก็บสะสมไว้ เขาทนเห็นมันอยู่ในกองขยะไม่ได้ สุดท้ายก็เลยต้องเก็บมาวางในห้องของตน

 

 เขาชอบที่จะมองโลกใบนี้ผ่านผิวใสของมัน เพราะอย่างนั้น…ห้องเก่าที่บ้านของคุณปู่จึงเต็มไปด้วยขวดแก้วใสที่เปล่งประกายยามต้องแสง

 

แต่นั่นก็เป็นเพียงเศษขยะที่เขาถือเป็นสมบัติ

 

แต่ของสิ่งนี้..ใสยิ่งกว่าขวดหรือเศษแก้วที่เขาเก็บสะสม ลวดลายที่อยู่บนนั้นก็สวยมากเช่นกัน..ของสิ่งนี้ทำให้เขานึกถึง….

 

“…อาโอบะซัง….”

 

“..ไม่ชอบเหรอ?”อาโอบะพึมพำ มองปฏิกิริยาของเคลียร์ที่ผิดจากที่คาดไปโข เขานึกว่าเคลียร์จะเบิกตากว้าง ดีใจ และ..อืม..กระดี๊กระด๊า… แต่ตอนนี้ชายหนุ่มผมขาวกลับเพียงนั่งอยู่เฉยๆ มองสิ่งที่อยู่ภายในด้วยสายตานิ่งอึ้ง

 

พอเห็นว่าเคลียร์ไม่ตกใจ เขาก็รู้สึกเสียใจนิดหน่อย

 

…แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นแบบนั้น

 

“ชอบสิครับ!”เคลียร์พลันเงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาเป็นประกาย รอยยิ้มกว้างระบายเต็มใบหน้า “ของสิ่งนี้..สวยมากเลยครับ ทั้งใส..เรียบลื่น แล้วยังเหมือนแมงกะพรุนด้วย ผมชอบมากๆครับ!! ขอเอาออกมาดูได้ไหมครับ อาโอบะซัง! ผมจะไม่ทำพังแน่ๆ!”

 

พอเห็นใบหน้าดีใจของเคลียร์ ความผิดหวังก็เริ่มคลายลง อาโอบะมองสีหน้าตื่นเต้นรอคอยของเคลียร์ ก่อนจะผงกหัวและเอ่ยอนุญาติ “เอาสิ ฉันซื้อมาให้นายนี่”

 

 “เอ๋!” เคลียร์เบิกตากว้างกว่าเก่า

 

“มันเป็นกระดิ่งลมน่ะ …ฉันเห็นว่ามันเหมือนแมงกะพรุน..เลยซื้อมา” อาโอบะว่าพลางเกาแก้มแก้เขิน นัยน์ตาเสมองไปทางอื่น พร้อมกับยัดกล่องไม้ที่ใส่กระดิ่งลมไว้ใส่มือของเคลียร์ และหันกลับมายิ้มกว้าง “ฮะๆ เพราะว่ามันทำให้นึกถึงนายขึ้นมาน่ะนะ”

 

“อาโอบะซัง….”เคลียร์พึมพำแผ่วเบา ดวงตากลอกมองกล่องไม้ในมือตนที มองใบหน้าของคนรักที ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขอบคุณนะครับ ผมดีใจมากจริงๆ ผมจะรักษามันไว้อย่างดีเลย..นี่เป็นสมบัติชิ้นที่สองของผมเลย..ขอบคุณนะครับ.....อาโอบะซัง”

 

“แค่นายดีใจก็ดีแล้ว…” อาโอบะพึมพำ มองดวงตาที่เต็มไปด้วยตื่นเต้นยินดีของเคลียร์  “ว่าแต่..ชิ้นที่สอง? งั้นชิ้นแรกล่ะ”

 

พอถูกถามแบบนั้น เคลียร์ก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาทันที “ก็อาโอ…..”

 

“โอเค พอ! ไม่ต้องพูด ฉันเข้าใจแล้ว!”อาโอบะรีบยกมือหยุดคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเห็นดวงตาคู่ซึ่งมองกล่องไม้อยู่จะพลันเงยขึ้นมาสบกับเขา..มองด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมด้วยความรัก …ทำให้เขารู้สึกหวามในอกและดีใจอย่างบอกไม่ถูก

 

เคลียร์จุมพิตฝ่ามือของอาโอบะ พร้อมกับใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือกล่องไม้ดึงมือที่ปิดปากตนไว้ออกอย่างนุ่มนวล และกล่าวขึ้น

 

 “…อาโอบะซัง ขอจูบได้ไหมครับ?”

 

“…หืม!?”

 

“..ไม่รู้ทำไม จู่ๆก็อยากจูบขึ้นมาน่ะครับ” เคลียร์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะวางกล่องกระดิ่งลงบนโต๊ะอย่างเบามือ และขยับตัวเข้าใกล้อาโอบะมากขึ้นเรื่อยๆ “ได้ไหมครับ? อาโอบะซัง”

 

“หืม…กะทันหันไปไหม?”อาโอบะพึมพำ ใบหน้าขึ้นริ้วแดง แผ่นหลังเอนจนแทบจะสัมผัสกับเตียงหนานุ่ม ในขณะที่ใบหน้าซึ่งล้อมด้วยเส้นผมสีขาวนุ่มเริ่มขยับใกล้เข้ามาทุกที

 

“อาจจะเพราะดีใจมากก็ได้ครับ ก็เลยอยากจะจูบอาโอบะซังขึ้นมา”เคลียร์ว่าพร้อมหัวเราะด้วยใบหน้าไร้เดียงสาราวกับเทวดา ใบหน้าใสซื่อไม่น่าให้อภัยนั่นทำเอาอาโอบะพูดอะไรไม่ออก สุดท้ายเขาจึงเป็นฝ่ายยกแขนขึ้นโอบลำคอของชายหนุ่มผมขาว ดึงใบหน้าของคนที่โน้มหาเขาลงมาจุมพิต

 

เคลียร์ตกใจเล็กน้อย แต่ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายปรารถนาจูบนี้เอง ชายหนุ่มจึงเป็นฝ่ายที่กดแนบริมฝีปากลงไปให้แนบแน่นกว่าเก่า ส่งผ่านสัมผัสนุ่มร้อนแทนความรู้สึกของตน

 

ชายหนุ่มผมขาวละริมฝีปากออกมาเล็กน้อย ก่อนจะจูบลงบนริมฝีปากคู่นั้นอีกครั้ง สัมผัสแนบลิ้มรสความนุ่มและอบอุ่นของอีกฝ่าย  แขนทั้งสองข้างขยับโอบประคองร่างที่อยู่ข้างใต้ตน แล้วปล่อยให้แผ่นหลังของร่างในอ้อมแขนแตะลงบนเตียงนุ่ม

 

เคลียร์หอบหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มใช้ลิ้นดันริมฝีปากของอาโอบะให้เผยอออก ส่งลิ้นร้อนเข้าไปควานหาความหอมหวานภายใน ชายหนุ่มผมน้ำเงินเผยอปากออกอย่างว่าง่าย มือข้างหนึ่งขยับซุกเข้าไปในเส้นผมสีขาวนุ่มนิ่ม อีกข้างโอบกอดแผ่นหลังของอีกฝ่ายไว้ ก่อนจะจูบตอบรสสัมผัสนุ่มนวลที่ได้รับมา

 

ริมฝีปากสองคู่สัมผัสกันเนิ่นนานแลกเปลี่ยนความอบอุ่นอ่อนหวานอย่างเงียบงัน ก่อนที่เคลียร์จะละออกมา ท่ามกลางเสียงหอบหายใจของทั้งคู่

 

“…แค่นี้?” อาโอบะถาม ดวงตาปรือฉ่ำมองใบหน้าของชายหนุ่มผมขาว

 

“..ถ้า..มากกว่านี้.. ผมจะหยุดไม่ได้น่ะครับ.. อาโอบะซัง…”เคลียร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า รอยยิ้มบางทาบบนดวงหน้าแดงเรื่อ ดวงตาสีชมพูที่จดจ้องมาเต็มเปี่ยมด้วยความรักใคร่และความปรารถนา ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความยินดีและความพึงพอใจ

 

อาโอบะหอบหายใจแผ่วเบา ก่อนจะใช้แขนยันตัวเองขึ้นโอบกอดร่างของอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขนของตน

 

เคลียร์ลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็กระชับอ้อมแขน กอดร่างของอาโอบะไว้แนบแน่นเช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายทำ

 

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ อาโอบะซัง” เคลียร์กระซิบแผ่วเบา

 

“…นั่นเป็นคำพูดของฉันต่างหาก” อาโอบะพึมพำข้างใบหูเคลียร์ ก่อนจะขยับออกมามองใบหน้าของอีกฝ่าย และใช้มือสัมผัสลงบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาของเคลียร์

 

เขาอยากทำอะไรให้เคลียร์มากกว่านี้..

 

แต่เขาไม่พูดออกไปแน่นอน..เพราะเคลียร์จะต้องบอกว่าเขาทำอะไรให้เจ้าตัวมากมาย และเคลียร์เองก็คงบอกว่าตนไม่ได้ทำอะไรให้เขา แต่แน่นอน..ตัวตนของเคลียร์มีความหมายกับอาโอบะ และเคลียร์ก็ทำอะไรให้เขามากมายเหลือเกิน

 

แต่เรื่องนี้ถึงจะเถียงกันไปก็คงไม่มีวันจบ

 

“..รักนะครับ”

 

เสียงของเคลียร์ดังขึ้น กระซิบด้วยความรักใคร่

 

“รู้แล้วน่า..” อาโอบะพึมพำ ใบหน้าแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย คำบอกรักจะไม่ทำให้เขาเขินขนาดนี้ หากน้ำเสียงที่ใช้กล่าวไม่ได้จริงจังเปี่ยมล้นด้วยความรู้สึก และดวงตาที่มองมาคู่นั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความรักที่แทบจะสื่อออกมาแทนคำพูดสั้นๆ แค่สามพยางค์  “เอาล่ะ! แล้วจะทำยังไงกับไอ้นี่ดี?”

 

อาโอบะหยิบกระดิ่งลมขึ้นมาจากภายในกล่องไม้ เสียงแท่งแก้วข้างในกระทบขอบกระดิ่งส่งเสียงกังวาน พอได้ยินเสียง เคลียร์ก็ยิ่งทำตาเป็นประกายเข้าไปใหญ่ “เสียงเพราะจังครับ!”

 

“ใช่ไหมล่ะ?” อาโอบะพยักหน้าเห็นด้วย “แล้วตกลง..จะเก็บไว้ไหนดี”

 

 

“แขวนไว้ในห้องของอาโอบะซังก็ได้ครับ ผมจะได้เห็นมันบ่อยๆ ด้วย” เคลียร์เอ่ยด้วยรอยยิ้มแฉ่ง ท่าทางตื่นเต้นไม่น้อย

 

 

“โอเค! เอาแบบนั้นแล้วกันนะ ฮึบ!”อาโอบะดีดตัวขึ้นมาจากเตียง ตามด้วยเคลียร์ที่เดินตามออกมา ชายหนุ่มผมน้ำเงินมองหาจุดที่ลมไหลผ่านในห้องตน ก่อนจะเดินออกไปที่ระเบียง แขวนกระดิ่งลมไว้กับราวเหล็กข้างนอกห้อง

 

 

ทีแรก..กระดิ่งลมยังคงเงียบสงบไร้ความเคลื่อนไหว ..ห้องของเขาไม่ค่อยมีลมพัดเข้ามา ตึกสูงด้านหลังนั่นบังเส้นทางลมเสียหมด แต่กระนั้น..สายลมบางเบาก็ยังลอยผ่านเข้ามาผะแผ่ว ทำให้กระดิ่งส่งเสียงเพียงแผ่วปราย ประเดี๋ยวหยุด ประเดี๋ยวกังวาล ..กระนั้น…ก็นุ่มนวลชวนฟัง

 

 

..เหมือนเสียงของเคลียร์

 

“…..เสียงเพราะจัง”เคลียร์พึมพำขึ้นมา ท้าวแขนกับขอบระเบียง ก่อนจะหลับตาฮัมเพลงเป็นเสียงสูงต่ำ คลอไปกับจังหวะของกระดิ่งลม

 

อาโอบะกอดอกมองคนรักที่หลับตาฮัมเพลงอย่างมีความสุข ก่อนจะพิงศีรษะซบกับไหล่ของเคลียร์

 

เคลียร์หันมามองอาโอบะเล็กน้อย แต่ยังคงไม่หยุดฮัมเพลงที่คลอไปกับเสียงแก้วกระทบกังวาน …ซักพัก เสียงฮัมก็กลายเป็นเสียงร้องเพลงอันอบอุ่น

 

เคล้าคลอไปกับเสียงกระดิ่งอันอ่อนโยน

 

+++++++++++++++++++++++

 

-END-