ตอนที่ 1 : ยินดีต้อนรับสู่ แองเจิลเซีย


ท่ามกลางเสียงเฮฮารื่นเริงดังที่ควรมีในเมืองใหญ่นั้น...มีหนุ่มน้อยคนหนึ่งยืนอยู่หน้าสถานที่อันเป็นที่รู้จักของผู้คน..


"เฮ่อ.."เสียงถอนหายใจของเด็กหนุ่มดังขึ้น ดวงตาแซฟไฟร์มองไปที่หน้าประตูบานยักษ์ซึ่งสลักอักขระมนตราสีทองไว้ทั่วบานประตูด้วยสาเหตุบางประการของโรงเรียนแองเจิลเซีย...โรงเรียนเทวดาที่คอยสั่งสอนมนตราอันยิ่งใหญ่แห่งแดนสวรรค์ในเมืองศูนย์กลาง... เมืองแองเจิลเซีย...นครแห่งหนึ่งในสวรรค์ นครเล็กๆที่กุมอำนาจทั้งหมด.. ฝ่ามือบางราวสตรียกขึ้นขยี้ศรีษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีขาวพิสุทธิ์อย่างเหนื่อยหน่ายใจ พลางม้วนเรือนผมยาวนุ่มดั่งเส้นไหมเล่นด้วยความว่าง ร่างกายที่เพรียวบางราวกับเป็นสตรีของเด็กหนุ่มเดินวนไปวนมาหน้าประตูบานยักษ์ โดยไม่มีใครสนใจใคร่ถามว่าเจ้าตัวกำลังคิดจะทำอะไร... ใครจะเชื่อบ้างว่า เด็กหนุ่มคนนี้...เมื่อ 2 วันก่อนยังมีสภาพเป็นหญิงอยู่...


-*-*-2 วันก่อน-*-*-


พั่บ!

เอกสารหนาปึกร่วงหล่นจากมือหลังจบประโยคที่ได้ยินจากริมฝีปากแดงสด ก่อนฝ่ายที่ได้ยินด้วยประโยคนั้นจะเอ่ยถามขึ้น

".............ไม่ทราบว่าเมื่อครู่พูดอะไรออกมา"เด็กสาวกล่าวขึ้นเรียบๆเมื่อฟังคำพูดของพี่สาวจบ กายบางก้มลงเก็บเอกสารอย่างเรียบเฉย แต่กระนั้นแม้น้ำเสียงจะฟังดูเรียบสนิทราวกับไม่ได้สนใจอะไรมากนัก..หากแต่ดวงตาสีแซฟไฟร์งามกลับบ่งบอกถึงอารมณ์หงุดหงิดที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ได้ดียิ่งนัก..

"ก็พูดว่า..พี่ขอให้เธอไปเรียนที่แองเจิลเซียในคราบผู้ชาย เซรีน่า ดรากูล... ไม่สิ เซเรียส ดรากูล"โซฟีเลีย หญิงสาวผู้ครองตำแหน่งผู้บัญชาการแห่งปรสารทสีนิลเอ่ย เอกสารในมือยังคงถูกอ่านอย่างรวดเร็วไม่ติดขัด เช่นเดียวกับในมือของเด็กสาวที่กำลังจัดเรียงเอกสารอยู่หลังจากทำตกไปครั้งหนึ่งด้วยวคมาตกใจ

"เข้าใจค่ะ.....แต่ว่า...ทำไมต้องร่างผู้ชาย?"เด็กสาวเอ่ยถามพลางวางเอกสารลงอย่างนุ่มนวล ในขณะที่มือเริ่มหยิบเอกสารกองอื่นมาตรวจทาน

"เพื่อความสะดวกบางประการเธอไม่จำเป็นต้องรู้"

"แต่.....!!"เด็กสาวทำท่าจะคัดค้านหลังได้ยินคำพูดของหัวหน้า พลางกระแทกกองกระดาษลงอย่างมีน้ำโห

"ไม่มีแต่....เซร์"โซฟีเลียกล่าวเสียงเฉียบขาด

เซรีน่าค้างนิ่งไป..ริมฝีปากขบแน่นอย่างไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกไปคัดค้านดี........ดวงตาสีแซฟไฟร์สวยหลุบลง เส้นเลือดปูดขึ้นนิดๆที่ข้างดวงตาก่อนต้องยอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก.....ว่าถ้าเธอไม่ไปในร่างชาย ก็อย่าหวังจะไปเรียนที่นั่นเสียให้ยาก!

หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีทองสว่างมองท่าทางทุกข์ใจของน้องสาวอย่างไม่อนาทร ก่อนจะเปิดลิ้นชักโต๊ะออกและเอ่ยขึ้น

“เอาแหวนนี่ไปสิ.."โซฟีเลียยื่นแหวนวงหนึ่งให้เธอ เป็นแหวนสีเงินวสยวาววับ ที่หัวแหวนนั้นเป็นรูปไม้กางเขนสีขาวพิสุทธิ์ เด็กสาวมองความงามพิศวงนั้น ก่อนจะค่อยๆสวมมันลงที่นิ้วกลางข้างซ้าย ฉับพลัน ร่างกายของเธอก็เปลี่ยนไป รูปร่างทรวดทรงหวานอย่างสตรี บัดนี้กลายเป็นรูปร่างอย่างบุรุษ หากแต่ดวงหน้าหวาน และผิวสีขาวยังคงดูอ้อนแอ้นราวสตรี เหมือนว่าไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าใดนัก...

เด็กสาวที่บัดนี้กลายเป็นเด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวามองร่างตัวเอง ก่อนจะเงยมองพี่สาว

"เอาล่ะ ไปเตรียมตัวได้แล้ว...ชื่อ.. เอาเป็นเซเรียสนะ เซร์...."โซฟีเลียพูดยิ้มๆด้วยอารมณ์ที่เซรีน่าเดาไม่ถูก ก่อนที่เด็กสาวในคราบเด็กชายจะออกจากห้องไปด้วยอาการอยากตาย....



+++++++++


เด็กสาวในคราบเด็กหนุ่มจบการครุ่นคิดถึงสาเหตุพลางถอนหายใจเสียงดังเฮือก...และเชยดวงตาขึ้นมองประตูโรงเรียนที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า..

อะไรคือสาเหตุให้พี่คิดจะส่งเธอมาเรียนทีนี่กันนะ....

เด็กหนุ่มคิด.. ก่อนจะถอนหายใจเฮือกอีกครั้ง

มันคงไม่ใช่สาเหตุที่ดีเท่าไหร่...อย่างน้อยสำหรับเขา

แล้วหนุ่มน้อยเดินเข้าไปในโรงเรียนแองเจิลเซีย





ภายในโรงเรียนแองเจิลเซียเต็มไปด้วยนักเรียนจากที่ต่างๆมากหน้าหลายตา ทั้งมนุษย์และเหล่าสายเลือดเทวดา เด็กหนุ่มเดินไปบนถนนที่มีคนชุกชุมอย่างตื่นเต้นระคนแปลกใจ.. เสียงีองเท้ากระทบพื้นอิฐฟังแล้วให้วคามรู้สึกครื้นเครงรื่นรมณ์ อันที่จริงหนุ่มน้อยคงดีใจกับสิ่งที่พบเห็นมากกว่านี้...เนื่องจากตัวเขาเองก็มีสาเหตุบางอย่างที่ทำให้คุ้นเคยกับสิ่งตรงหน้า...

ปึ๊ก!

"ว้าก!"เซเรียสอุทานลั่น เมื่อมีร่างของใครคนหนึ่งเดินมาชน จนร่างกายล้มลงไปนั่งกองกับพื้น เด็กชายครางเบาๆพลางลุกขึ้น นัยน์ตาหันขวับมองคนกระทำที่บัดนี้ไม่รู้หายไปไหน ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบสิ่งผิดปกติ

กระเป๋าของเขาหายไป!

บ้าจริง....

เด็กหนุ่มคิดอย่างหงุดหงิดพลางกุมขมับอย่างโมโห ดวงตาสีแซฟไฟร์เหล่มองตามร่างที่วิ่งผ่านไปด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ ซักพัก..ดวงตาของเด็กหนุ่มก็หรี่ลง...พลางปล่อยหัวเราะหึๆออกมา แล้วมองตามไปอย่างอาฆาต ก่อนพูดเสียงเย็นยะเยือก เน้นหนักแน่นด้วยแรงอารมณ์

กำลังเครียดๆ......ช่างมาได้ถูกจังหวะเสียจริงนะ..

"คิดว่าจะลูบคม เซรีน่า เอ๊ย! เซเรียส ดรากูลคนนี้ได้เรอะ? ไม่มีวันซะหรอก!" พูดจบ ร่างบางราวสตรีของเด็กหนุ่มก็หายวับไป ..แท้จริงแล้วเจ้าตัวก็ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่การเคลื่อนไหวของร่างบอบบางนั้นเร็วจนไม่อาจมองตามทันได้

"หึๆ ง่ายเสียจริง... แค่เราแอบหนีจากนรกแล้วมาที่สวรรค์ ก็ได้ทำอะไรชั่วๆเหมือนตอนยังมีชีวิตอยู่แล้ว สวรรค์นี้มีการป้องกันหละหลวมจริง"ถูกต้องแล้ว.... ในตอนที่อยู่โลกมนุษย์ชายผู้นี้เคยทำผิดไว้มาก แต่เพราะยมทูตผู้ดูแลเผลอ จึงทำให้ชายหนุ่มเล็ดลอดเข้ามาในสวรรค์


อันที่จริง....


ถ้าเขาไม่พบกับเซเรียส....


คงจะเที่ยวได้นานกว่านี้......


เพราะอีกไมนานนั้น


ฉัวะ!

เสียงของมีคมฟันฉับเข้าอย่างรวดเร็ว..

ฉับพลัน...ชายหนุ่มก็หายไป

ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างแตกตื่นกันไปทั่ว เมื่อคนวิ่งอยู่ดีๆกลับหายไปต่อหน้าต่อตา ไม่มีใครรู้ว่าหายไปได้อย่างไร นอกจากคนสามคน

คนแรก...คือเจ้าตัว...เจ้าของการกระทำ

คนที่สองและสาม...คือผู้ที่มีสายตาเฉียบคมขนาดมองทัน

สิ่งที่ทั้งสามคนเห็น......

คือภาพของเคียวสีเงินขนาดยักษ์ที่เข้าไปบั่นคอชายหนุ่ม....



"เฮ่อ....." เซเรียสถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย หลังจากที่ได้ระบายความเครียดออกไปบ้างแล้ว มือเรียวหยัดยืดขึ้นฟ้าอย่างสุขใจ เคียวสีเงินขนาดจิ๋วที่ห้อยคอราวเครื่องประดับส่งเสียงกรุ๋งกริ๋ง สายตาจ้องมองร้านรวง ก่อนซักพัก หนุ่มน้อยจะรู้สึกเหมือนมีคนตามมา....

"นี่ เมื่อกี้นี้เจ้าทำอะไรเรอะ? ข้าเห็นแวบๆว่ามีเคียวฟันใส่ผู้ชายคนนั้นน่ะ ฝีมือเจ้าแน่ๆ บอกข้าหน่อยสิว่าทำยังไง" เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีฟ้าน้ำทะเลและดวงตาสีท้องฟ้ายามราตรีเอ่ยถามขึ้น เซเรียสขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อสมองประมวลผลได้

"เฮ้ย!"

หมอนี่มองเห็น!

ทั้งๆที่ความเร็วระดับนั้นไม่ได้มองทันได้ง่ายๆ แต่มันดันมองเห็น

ไม่อยากจะเชื่อ...

เซร์คิดพลางขมวดคิ้ว...หมอนี่ท่าจะไม่ธรรมดา

"แล้วตกลง เจ้าทำอะไรลงไปเรอะ? ข้าอยากรู้"เด็กหนุ่มยังคงกระตือรือร้นที่จะถาม แต่เมื่อสังเกตเห็นว่าคนตรงหน้ากระอักกระอ่วมที่จะบอก จึงเลิกสนใจไป

"ช่างเถอะ....ถ้าเจ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร เจ้าชื่ออะไรหรือ ข้าชื่อ เซฟีส ราบิลอัส เทวดาในเขต เดเกียร์ แล้วเจ้าล่ะ"

"ข้าชื่อ เซเรียส ดรากูล ข้าเอ้อ... เป็นเทวดาในเขต ฟิวเรียส" เด็กหนุ่มพยายามนึกเขตที่พี่โวฟีเลียเตรียมไว้ แม้ว่าความจริงนั้นตนจะอยู่ในเขต แองเจลเรอัส ก็ตามที

ก็ยังงงๆ...ว่าไอ้เขตเทวดานั่นเขาไปได้มาจากไหน...ก็ในเมื่อเขาเป็นยมทูต...

เซฟีสผิวปากเบาๆ ก่อนกล่าวขึ้น "เจ้ามาจากที่ๆดีนี่ เซเรียส เขตฟิเรียสเป็นเขตชั้นสูงนา...”

"พอๆกับ [เดเกียร์]น่ะแหละ แล้วก็นะ..เรียกข้าว่า เซร์เถอะ" เซฟีสพยักหน้าหงึกๆก่อนจะลากเซร์เดินไปที่จุดรับสมัครนักเรียน เมื่อมีประกาศ




"ยินดีต้อนรับผู้สมัครทุกท่าน อย่างที่รู้กันว่า การจะเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ พวกเจ้าจำเป็นต้องได้รับการทดสอบก่อน และอีกอย่าง เราขอจำกัดอายุผู้สมัครในวาระ 15 ปีเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีอายุมากหรือน้อยนี้จะไม่มีสิทธิ์สอบ การทดสอบจะมีขึ้นหลังจากที่ข้าประกาศเสร็จ ขอให้พวกเจ้าทุกคนจงสอบผ่าน หากคิดจะรับการทดสอบ....จงไปที่ประตูทางซ้าย...."

พออาจารย์พูดจบ ทุกคนก็กรูกันไปที่ประตูทางซ้าย เซร์และเซฟีสทำท่าจะเดินไปเบียดเสียดด้วย แต่คิดไปคิดมาก็หยุดชะงักไว้ เพราะคนมากเหลือเกิน...

"ข้าว่า...รอให้คนมันซาก่อนดีกว่านะ เซฟีส"เด็กหนุ่มกล่าวเบาๆ จำนวนคนมหาศาลทำให้เขารู้สึกไม่อยากเข้าเบียดเสียดเข้าไปด้วยซักเท่าไหร่...เซฟีสหันมามองก่อนจะพยักหน้า

"ข้าก็ว่างั้นแหละ......"

เด็กหนุ่มทั้งสองจึงยืนรอเวลา...

“จริงสิ!...เซเรียส เจ้าเคยได้ยินการแบ่งหอของโรงเรียนนี้ไหม?”เซฟีสสะกิด เด็กหนุ่มผมขาวหันมอง ก่อนจะส่ายหน้า

“อือ.......โอเค..งั้นข้าจะเล่าให้ฟัง เขาแบ่งออกเป็นสามหอ ปราสาทสุริยะ ปราการจันทรา แล้วก็ป้อมอัสนี”

“แบ่งพิลึกชะมัด!”เซร์ตะโกนหลังฟังจบ “มันมีสายเวทย์ 9 สายไม่ใช่เรอะ!!”ว่าพลางยกนิ้วขึ้นเก้านิ้ว เซฟีสร้องบู่....ก่อนจะกดนิ้วนางและนิ้วกลางข้างซ้ายของเพื่อนลง

“7 ต่างหากล่ะ....คิดว่าใครเขาจะยอมสอนสายความมืดกันฮะ? แล้วยังสายกาลเวลาที่ไม่มีหัวหน้าสายอีก บ้ารึเจ้าน่ะ.. แต่ใช่จะแยกเป็นเจ็ดหอ ตายกันพอดี ใช่ว่าปีปีหนึ่งจะมีคนสอบผ่านมากมายถึงขนาดแบ่งได้เจ็ดหอ เขาเลยแบ่งเป็นสามหอ ปราสาทสุริยะน่ะ ส่วนมากจะให้คนที่ค่อนข้างบ้าบิ่นแล้วก็เจิดจรัส..ก็เหมือนพระอาทิตย์ ส่วนปราการจันทรา ขึ้นชื่อเกี่ยวกับพวกที่ใช้สมอง..ก็..ความสงบเยือกเย็นของจันทราละมัง... .....”

“แล้วป้อมอัสนี?”เซร์ขึ้นเสียงสูงอย่างสนใจหลังจากเพื่อนร่ายยาวแล้วเงียบ เซฟีสยิ้มเผล่ ก่อนจะตะโกน

“ขึ้นชื่อว่าเป็นพวกบ้าบิ่น ลึกลับ แปรปรวนเหมือนสายฟ้า!”

“อะไรนะ!!!”เซร์ตะโกนลั่น นัยนน์ตาสีแซฟไฟร์ระริกสนุกสนาน ก่อนจะยิ้มร่า“น่าสนใจแฮะ!”

“น่าสนใจเรอะ...เจ้านี่โรคจิตใช้ได้น่ะ”เซฟีสพูดพลางโคลงศรีษะ ก่อนจะมองที่ประตู

“คนน้อยลงแล้ว ไปกันเถอะ”

“ฮื่อ”

แล้วเด็กหนุ่มทั้งสองคนก็พาเดินเข้าไปในประตูนั้น ....

Comment

Comment:

Tweet