Dream In The Blood Moon Night[Ver.2]

posted on 04 Jan 2008 19:08 by sinnerdarker in FicDGM

Title:Dream In The Blood Moon Night[Ver.2]
Author:sinnerdarker
Pairing:KundaxAllen
Rating:PG-13(น่าจะเนอะ...? ไม่เรทนี่)
Disclaimer: Hoshino
Anathor note: ทำไมแต่งแล้วมันไม่งามเหมือนตอนนุ้งงอกอ้ะ......โฮฮฮฮ แต่ยังไงก็ลองอ่านดูนะคะ>A<

 

 

 

 

 

 

 


..เนิ่นนานเพียงใดที่ต้องอยู่ทีนี่..


..เนิ่นนานเพียงใดที่ต้องติดค้างอยู่เช่นนี้..


..ในดินแดนอันแสนเวิ้งว้าง..แลเงียบเหงานี้..

 

 


+++++++++++++++++++++++

 

 

 


..ช่วงเวลาแห่งการดำรงอยู่ผ่านมาเนิ่นนานเหลือเกินแล้ว..


..บนดินแดนสีขาวที่เรียกว่าสวรรค์..


..ดินแดนที่งดงามเพียงชื่อ..ภายในกลับดูเน่าเฟะ..


..เหล่าเทวดาผู้อาศัยอยู่นั้นต่างเย็นชา...ไร้ความรู้สึก..


..ละทิ้งสิ่งที่เรียกว่าหัวใจไป...เมื่อขึ้นสู่สรวงสวรรค์..


..ใช้ชีวิตราวกับเครื่องจักร..ราวกับร่างนั้นไร้วิญญาณ..


..การตัดสินทั้งหมดขึ้นอยู่กับข้อมูล..


..ดินแดนที่เรียกว่าสวรรค์นั้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเมตตา..


..ไร้สิ่งที่เรียกว่าความรู้สึก..


..ไร้สิ่งเรียกว่าหัวใจ..


..ดินแดนแห่งนี้..สำหรับเขา..


..มันราวกับนรกภูมิ..

 

 


+++++++++++++++++++++++++

 

 

 


..เวลาผันผ่านราวกับไร้กาลเวลา..


..โมงยามที่มนุษย์ใช้นั้นไม่มีความหมายบนแดนสวรรค์..


..ในเมื่อเหล่าเทวดาเองก็ไร้ความรู้สึกเกินจะรับรู้..


วันหนึ่ง..ความชินชานั้นเริ่มคลอบคลุมจิตใจ..


..สติพยายามฉุดรั้งให้หัวใจยังคงอยู่..


..แต่ยากเหลือเกินในดินแดนนี้..


..ยากเกลือเกิน..


..ในดินแดนที่ไร้การพูดคุย..


..ในดินแดนที่ไม่มีคำพูดสวยหรูอย่างคำว่า[น้ำใจ]หรือ[เสียสละ]..


..ทุกอย่างที่บ่งบอกว่าเคยเป็นสิ่งที่เรียกว่า[มนุษย์]นั้น..


..มันกำลังเลือนหายไป..

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

..พระเจ้า..


..ข้าไม่เคยวิงวอนสิ่งใดต่อท่าน...


..แต่หากทำได้..โปรดทำอะไรสักอย่างเถิด..


..กับความทรงจำที่เลือนหายไปทุกวันนี่..


..กับความรู้สึกที่กำลังจะชินชาไป..


..กับหัวใจที่กำลังจะถูกแช่แข็ง..


..ทำอะไรซักอย่างกับมันที..

 

 


+++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

..และในค่ำคืนอันแสนสั้นคืนนึงนั้น..


..หลังจากคำวิงวอนที่ปรารถนายังไม่สัมฤทธิ์ผล..


..นัยน์ตาสีนิลของเขา..


..ก็ได้สะท้อนถึงจันทร์เสี้ยวโลหิตนั่น..

 

 

 


++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

..จันทร์เสี้ยวดังกล่าวฉุกรั้งให้ห้วงความคิดตกสู่อดีตอันไกลโพ้น..


..ความทรงจำมากมายในช่วงชีวิตอันยาวนานแย่งกันผุดขึ้นมาไม่หยุด..


..ความทรงจำทั้งเศร้า..สุข..ทรมาน..


..กลิ่นคาวเลือด..กลิ่นดอกไม้..


..ความทรงจำที่เคยลืมเลือนไป..


..ความทรงจำที่ปรารถนาจะจดจำ..


..และความทรงจำปรารถนาลืมเลือน..


..ผุดพรายขึ้น..มากเกินกว่าจะรับไหว..


..แต่กระนั้นก็รู้สึกว่า..


..ดีแล้ว..


..เพื่ออย่างน้อยที่สุด..

 

..ความทรงจำทั้งมวลนั้นจักไม่ต้องจางหายไป..

 

 

 

++++++++++++++++++++

 

 


..และในวันหนึ่ง..


..ท่ามกลางช่วงเวลาอันไร้ค่า..


..เขาได้พบพานกับร่างสีขาวนั้น..


..เสียงโซ่ล่องหนดังประสานประหลาด..


..ปีกสีดำนิลที่ไม่เข้ากับเรือนผมยาวซอยสั้นบนพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยมนตรา..


..ชุดคลุมสีขาวแสนพิสุทธิ์..


..หากแต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจมากกว่าอะไร..


..เห็นจะเป็นนัยน์ตาสีเงินไร้แววนั่น..


..เด็กชายตัวน้อยผู้เกิดมาเป็นจากปิศาจ..


..มิใช่ความผิดของร่างนั้น..แต่ทว่า..


..ไม่มีทางที่เหล่าเทวดาจักใยดี..


..ตีความผิดเพียงแค่..


..เป็นอันตรายต่อการคงอยู่ของสวรรค์..


..ใช่..และเช่นเดียวกับทุกครั้ง..


..ปิศาจที่ไร้ความผิดก็ถูกจองจำไปอีกคน..


..โดยที่เขาไม่อาจขัดขืนต่อโองการ..

 

 


+++++++++++++++++++++++

 

 

 


..หนุ่มน้อยผู้นั้นถูกส่งไปยังคุกไร้กาล..ที่คุมขังสีราตรี..


..ห้วงเวลาที่นั่นใหลในนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้า..


..ที่คุมขังอันมอบความทรมานให้มากกว่าที่ใด..


..เงียบสงัด..มืดมน..ว้าเหว่..


..เสียจนแทบจะบ้าคลั่ง..


..ทำไมเขาจะไม่รู้..


..ในเมื่อเขาเคยประสบพบเจอกับมัน..


..ในช่วงชีวิตอันยาวนานนี้..

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

..กายในชุดคลุมสีขาวนั่งพิงกายกับเสาวิหารสีขาว..


..นัยน์ตาสีเดียวกับผืนฟ้ายามราตรีหลุบลง..


..สายลมแห่งเหมันตฤดูพัดแรง..


..พาให้เรือนผมสีเดียวกับดวงเนตรโบกไสว..


..สายตามองออกไปไกลแสนไกล..กำหนดนั้นใกล้เวียนมาถึงแล้ว..


..จันทร์เสี้ยวโลหิต..

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

..ความทรงจำมากมายพร่างพรูมาดังเช่นเคย..


..ความทรงจำที่ชวนให้ปวดร้าว..


..แต่ยินยอมจะมอง..และได้ยิน..


..เพื่อที่จิตใจของเขาจะไม่ด้านชาไป..


..เพื่อความรู้สึกเศร้า..สุข..รัก..จะไม่จางหายไป..


..ปีกสีขาวพิสุทธ์ชวนชิงชังสยายเต็มความยาว..


..และอะไรบางอย่างก็ชักนำใจของเขาไป..


..ยังสถานที่ที่คาดไม่ถึง..

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

 


..ท่ามกลางหมอกเมฆเมื่อจางลงนั้น..


..ภาพเบื้องหน้าคือกรงขังอันมืดมน..


..หากแต่ภาพที่เห็นอีกหนึ่งกลับยิ่งชวนให้นิ่งค้าง..


..ตราตรึงดังต้องมนต์สะกด..


..เด็กชายตัวน้อยคนนั้น..


..ร่างบอบบางที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น..


..เรือนผมสีขาวพิสุทธิ์ซึ่งบัดนี้ยาวสยาย..


..ปีกสีดำสนิทซึ่งกลืนหายไปในความมืด..


..ดวงตาสีเงินที่แฝงแววแห่งความประหลาดใจ..


..ริมฝากปากอิ่ม..ใบหน้าหวานล้ำประดุจเทพยดา..


..งดงาม..จนไม่อาจละสายตา..


..จะเป็นเพียงความฝันหรือไม่นั้น..มิอาจรู้..


..เพียงแต่ว่า..


..มิอาจละไปได้..

 

 

 


..และท้ายที่สุด..


..จึงตกลงในห้วงมนตราแสนเย้ายวน..

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++

 

 


..หลังจากนั้น..ความปรารถนาได้ก่อเกิด..


..อยากจะเห็นรอยยิ้มประดับบนดวงหน้าหวานล้ำ..


..อยากจะได้ยินเสียงหัวเราะกังวานใส..


..อยากจะเห็นดวงตาสีเงินคู่นั้น..เปล่งประกายงดงาม..


..ดังนั้นจึงเพียรพยายาม..


..กระทั่งได้เห็นรอยยิ้มหวาน..


..กระทั่งได้ยินเสียงหัวเราะสดใส..


..กระทั่งอัญมณีสีเงินคู่นั้น..


..เปล่งประกายงดงามกว่าอัญมณีชิ้นใดที่เคยพบพาน..


..ห้วงเวลาเพียงชั่วครู่..


..แต่กลับเรียกเอาหัวใจที่แห้งผากเย็นเฉียบกลับมาได้อย่างง่ายดาย..


..อิ่มเอิบกว่าครั้งใด..สุขใจกว่าครั้งไหน..


..แต่กระนั้น..


..ยามเมื่อจันทร์เสี้ยวโลหิตจากจร..


..ภาพห้องขังสีราตรีก็พลันสลายไป..

 

 


++++++++++++++++++

 

 

 


..นับแต่นั้น..จึงคอยเฝ้ารอจันทร์เสี้ยวโลหิต..


..ในค่ำคืนเมื่อโมงยามนั้นผันผ่านมา..


..เมื่อเมฆหมอกเลื่อนลอย..


..และพากายาสู่ห้องขังอันเวิ้งว้างเงียบงัน..

 


..ความงดงามสีขาวนั้นทำให้ลุ่มหลง..


..ความงดงามนั้นทำให้อยากครอบครอง..


..ทำให้เผลอลิ้มรสไปโดยไม่รู้ตัว..

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++

 

 

 

..ความหอมหวานที่ได้สัมผัสนั้น..


..ทำให้รู้สึกถึงห้วงอารมณ์ซึ่งเคยลืมเลือนไป..


..ความหอมหวาน..ความสุขพิลาสล้ำ..


..สิ่งที่ลงมือกระทำไปด้วยใจปรารถนา..


..การกระทำที่น่ากลัวว่าร่างบอบบางจะไม่ต้องการ..


..แต่น่าแปลก..


..บนใบหน้านั้นกลับมีรอยยิ้มหวานใสส่งมาให้..


..เคล้าคลอเสียงครางและกลิ่นเหงื่อ..


..และที่สำคัญที่สุด..


..ปิศาจตัวน้อยเรียกเอารอยยิ้มที่หายไปกลับมาได้อย่างง่ายดาย..

 

 


++++++++++++++++++++++++

 

 


..สิ่งที่ได้สัมผัสทั้งปวง..ทำให้ดูราวกับจะเสพติดเสียแล้ว..


..ความสุขพิลาสล้ำนั้น..


..เสพติดเสียแล้ว..เสียงครางหวานชวนฟังนั้น..


..เสียงหัวเราะกังวานใสน่ารักนั้น..


..รอยยิ้มหวาน..ที่ชวนให้ขยับมุมปากตาม..


..เรือนร่างบอบบาง..กลิ่นหอมหวานชวนลิ้มลอง..


..เหนือสิ่งอื่นใด..


..คือดวงอัญมณีสดใสสีเงินที่แสนงดงาม..


..อัญมณีที่งดงามกว่าเพชรน้ำใดในโลก..

 

..........

 


..กระนั้น..

 

..ความสุขนั้น..มักแสนสั้น..

 

..และมักทำให้ลืมคิดตริตรองบางสิ่งไป..

 

 

 


++++++++++++++++++++++++

 

 

 

..ในค่ำคืนหนึ่งที่ไร้จันทร์โลหิต..


..ฉุกคิดขึ้นได้..ว่าเหตุใดตนจึงไปที่นั่นได้..


..ไม่เคยรับรู้แน่ชัด..ไมเคยไตร่ตรองพิเคราะห์หาหลักฐาน..


..ฉุกคิดได้..และเกรงกลัว..


..ว่าซักวันความสุขนี้อาจหยุดชะงักลง..


..ซักวันหนึ่ง..ในอนาคตที่แสนใกล้หรือแสนไกลนี้..


..เจ้าความสุขนั้นอาจโบยบินจากจรไป..

 

 


++++++++++++++++++++++++++++

 

 


..และเรื่องที่แสนกลัวเกรงนั้นก็เคลื่อนกายมาอย่างไม่ทันตั้งตัว..


..เมื่อจันทร์เสี้ยวโลหิตขึ้นสู่ผืนนภานั้น..


..กลับไม่นำพาสู่ห้องขังสีราตรี..


..มันกลับนำความทรงจำอันทรมานมาให้..


..ความทรงจำที่เคยปรารถนา..แต่ไม่ใช่บัดนี้..


..ไม่ใช่บัดนี้..ที่เสียงหัวเราะกังวานใสนั้นทำให้จิตใจชุ่มชื่น..


..ไม่ใช่บัดนี้..ที่ลุ่มหลงน้ำเสียงหวานล้ำอย่างถอนตัวไม่ขึ้น..


..ไม่ใช่บัดนี้..ที่รู้สึกอยากอยู่ข้างกายานั้นอย่างล้นเหลือ..


..ไม่ใช่บัดนี้..


..ที่ไม่อาจสุขใจได้นอกจากข้างกายตัวตนสีขาวนั้น..

 

 

 

 

+++++++++++++++

 

 

 

 

 

ค่ำคืนผันผ่านไปอย่างไร้ค่า..


..หัวใจแห้งผากอีกครา..ฤาอาจจะยิ่งกว่าเดิม..


..เมื่อคราวนี้..ยามเห็นหิมะสีขาว..


..กลับคิดแลโหยหาถึงปิศาจน้อยตนนั้น..


..เจ็บ..ราวกับหัวใจถูกกรีด..


..โหยหา..และปรารถนาจะพบพาน..


..อยากจะเห็น..รอยยิ้มสดใสประดุจแสงงามจันทรา..


..อยากจะตระกองกอด..กายเล็กประดุจแก้วใสบอบบาง..


..อยากจะจุมพิต..ริมฝีปากบางหวานเชื่อมดุจกุหลาบแดง..


..แต่สิ่งที่ปรารถนาที่สุด..


..คือการได้อยู่เคียงกายเด็กน้ออีกครั้ง..

 

 

 


++++++++++++++++++++++

 

 


..เดือนปีผันผ่านไปอย่างไร้ค่า..ไร้ช่วงเวลา..ไร้ความสุข..


..มีเพียงหัวใจที่กำลังชาเยียบลงไปทุกที..


..เป็นครั้งที่สอง..


..ที่อธิษฐานต่อสิ่งที่ไม่เคย..และไม่อยากจะเชื่อถือ...


..พระเจ้า..


..ขอให้ได้พบอีกครั้ง..


..เด็กน้อยสีขาวคนนั้น..


..ปิศาจตัวน้อยที่แสนพิสุทธิ์..

 

 

 


+++++++++++++++++++

 

 


..แลเมฆหมอกก็ปกคลุมลงมา..


..จันทร์เสี้ยวโลหิตเปล่งประกายเฉิดฉายกลางนภา..


..ด้วยเหตุอันมิอาจอธิบายได้นั้น..


..ทำให้กายเคลื่อนลอยสู่ที่ซึ่งหัวใจปรารถนา..


..ที่คุมขังสีราตรีนั้น..

 

 

 

+++++++++++++++++++

 

 


..กายบอบบางเต็มไปด้วยเลือด..


..นัยน์ตาสีนิลกาฬล้ำลึกเบิกกว้าง..รี่ตรงเข้าโอบอุ้มกายบาง..


..อ้อมแขนโอบร่างนั้นสู่แผ่นอก..กระวนกระวาย..ปวดร้าว..


..เรือนผมสีหิมะ..ชุดสีขาวพิสุทธิ์..


..แปดเปื้อนด้วยโลหิตแดงฉาน..


..ทั้งรอยคราบน้ำตา..ริมฝีปากแห้งผาก..


..เขาตะโกนร้องเรียกเด็กน้อย..เรียกร้องอย่างกระวนกระวาย..มือของเขากุมประคองมือเล็กแนบแน่น..


..แพขนตาขยับ..อัญมณีสีเงินแตกร้าวเงยมองเขา..น้ำเสียงหวานเปล่งออกมาปนสะอื้น..


..เด็กน้อยเข้าใจว่าเขาคือความฝัน..


..ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเลย..


..ในที่คุมขังซึ่งสะบั้นเส้นแบ่งความันและความจริง..


..ถ้าเช่นนั้น..


..ขอให้เขาได้อยู่ข้างๆปิศาจตัวน้อยเถิด..


..จะไม่เสียใจภายหลัง..แม้จะเจอกับอะไรก็ตาม..


..ขอแค่ให้ได้อยู่ข้างๆเด็กน้อยคนนี้..ผู้ครอบครองดวงใจ..


..เทวดาที่ผิดแผกตนนี้..


..ก็ไม่ต้องการอะไรอีก..


..แม้แต่การบอกกล่าว..


..ว่าตัวตนนี้คือความจริง..

 

 

 

 

++++++++


.......................................


.....................


.........

 


..หากซักวันหนึ่ง..

 

..อยากจะนำพาปิศาจตัวน้อยคนนี้สู่โลกกว้าง..

 

..ผืนนภาสีคราม..แมกไม้เขียวขจี..

 

..มหาสมุทรลึกล้ำ..หินผาสูงชัน..สายลมชื่นเย็น..

 

..เพื่อรอยยิ้ม เพื่อความสุข..ของตัวตนสีขาวอันแสนงดงามนั้น..

 

..ความปรารถนาเพียงเท่านี้..ซักวันจะสมหวังไหมนะ..

 

.........


.....................


.......................................

 

+++++++++

-คำรำพึงจากเทวดาผู้มิอาจละทิ้งหัวใจ-

Comment

Comment:

Tweet

แสดงว่าเอนทีก่อนหน้านี้ต้องเป็นของอเลนแน่ๆเลย เพราะอันนี้มันบ่งบอกถึงตัวตนของคันดะคุงสุดๆไปเลยนี้น้า

#1 By loss on 2013-05-16 23:54