ตอนที่ 2 : การทดสอบสุดประหลาดกับความกลัวของ.....



หลังจากที่คนบางตาลงบ้างแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในประตูนั้น ...

ประตูสีดำทมึนสลับขาวสร้างความกลัวให้เด็กหนุ่มทั้งสองเล็กน้อย แต่สักพักกลับกลายเป็นความโหยหาสำหรับยมทูตหนุ่มน้อย...อักขระที่สลักไว้ช่างคุ้นเคย..ราวกับเคยพบเห็นมาจากที่ใดซักแห่งในอดีต...

แต่มันไม่เหมือนกับประตูหน้าโรงเรียน..

"เซร์ ไปกันเหอะ"เซฟีสเรียกเพื่อนที่นิ่งค้างอยู่ ก่อนจะใช้มือข้างขวาเปิดประตู เซร์ที่ตื่นจากภวังค์หันหน้าไปตอบรับทันทีตอบรับอย่างเบลอๆ"หา.. อื้อๆ"


แอ๊ด....

"โอ้โห.....จะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดีล่ะเนี่ย"

เซเรียสพึมพำหลังเห็นทัศนียภาพภายในประตูเป็นซึ่งเป็นป่ามืดแห่งหนึ่ง .....จากที่เขาได้กลิ่นอายแล้วสงสัยจะเป็นป่าในโลกมนุษย์ เด็กหนุ่มถอนหายใจแผ่วพลางหันหน้าไปทางเพื่อน แต่ทว่า...ตอนนี้เซฟีสหายไปแล้ว!

หายไปตอนไหนฟะ!

"บ้าเอ๊ย!"เซเรียสสบถอย่างหัวเสีย มือเรียวขยี้เรือนผมสีเงินจนยุ่งเหยิงด้วยความโมโห... ริมฝีปากขบกัดแน่นอย่างครุ่นคิด ...... อากาศบนโลกมนุษย์ทำให้เทวดาบางตนที่ยังไม่ผ่านพิธีทรูเลียร์ *แทบแย่... สำหรับตัวเขาที่ต้องไปรับดวงวิญญาณของมนุษย์บ่อยๆไม่เป็นไรแน่...แถมเป็นยมทูตด้วย ...

เจ้านั่น...หวังว่าคงไม่เป็นไรนะ... ยิ่งอยู่ในเขตที่บริสุทธิ์ขนาดนั้นด้วยสิ...

เซเรียสสะบัดหัวไล่ความคิดที่เกาะกุมหัวใจ ก่อนเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ดวงตาสอดส่องมองตามต้นไม้ที่ขึ้นเขียวครึ้มปิดแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา พลางใช้ประสาทสัมผัสที่ฝึกฝนมาตรวจจับดู..

จะมีอะไรรึเปล่านะ....ไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย...

ควับ!

ฉัวะ!

เคียวเล่มยาวปรากฏออกมาฟันร่างอสุรกายที่โผล่ออกมา เลือดสีโคลนคละคลุ้งอย่างน่าสะอิดสะเอียน เด็กหนุ่มมองร่างนั้นอย่างเย็นชา ก่อนจะถอนหายใจ

"บ้าจริงเชียว......"เขาไม่เคยมีรสนิยมชอบของพรรค์นี้เลย....

แต่...นั่นหมายถึงในกรณีที่ไม่ได้เครียดแบบนี้

ควับ..

พรึ่บ!

"อา...ออกมากันเพียบเลยเรอะ?" เด็กหนุ่มพูดเสียงเหนื่อยหน่าย หากแต่ดวงตาสีแซฟไฟร์กลับเป็นประกายวาวโรธ เคียวใหญ่สีเงินในมือตวัดฟันปิศาจที่ใหลเข้ามาเรื่อยๆราวธารน้ำ ก่อนจะสบถลั่นอย่างหงุดหงิดกับร่างเก้งก้างของบุรุษยามนี้

ปัญหาคือมันทำให้ใช้ท่าที่เคยใช้ไม่ได้...

ในร่างนี้ไม่สะดวกเอาซะเลยแฮะ.......

แย่จริงๆเชียว

เซเรียสถอดแหวนสีเงินที่มีรอยอักขระที่นิ้วกลางออก ฉับพลัน ร่างของเซเรียสก็เปลี่ยนไป...ส่วนสัดโค้งมนอย่างที่รู้ได้ว่าเป็นสตรี...หากแต่ไหล่เล็กและโครงหน้าอันแสนหวานยังคงไม่เปลี่ยนไปมาก เส้นผมสีขาวพลิ้วไสวตามแรงลมและแรงสะบัดตัว ดวงตาสีแซฟไฟร์ฉายแววตื่นเต้น

"เข้ามาเลย!!!!!!!!!" เคียวขนาดใหญ่ที่ถูกเรียกมาไว้ในมือสั่นระริกยิ่งกว่าเก่า ก่อนเหล่าอสุรกายที่มากมายราวกับห่าฝนถูกทำลายไม่เหลือซาก ท่วงท่าการตวัดเคียวนั่นหมุนโค้งราวกับท่วงท่าแห่งการร่ายรำอันงดงาม ซึ่งนั่นอาจเป็นเรื่องที่ทำให้เจ้าตัวไม่อยากจะใช้ท่าในร่างบุรุษ ปิศาจตนสุดท้ายถูกเคียวสีเงินบั่นคออย่างรวดเร็ว โดยที่ร่างกายของเด็กสาวไม่มีเลือดเปื้อนเลยแต่น้อย...

"ด่านทดสอบอะไรกัน...งี่เง่าชะมัด" เด็กสาวเอ่ยอย่างหงุดหงิดพลางรีบใส่แหวนกลับเข้าไป ร่างบางของสตรีจึงกลับเป็นเด็กหนุ่มหน้าหวานดังเดิม มือเรียวยาวเสยมที่ปรกหน้าขึ้นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะมัดผมยาวให้เรียบร้อย

เซเรียสมองเคียวของตนพลางครุ่นคิด..ใช่ว่าเขาจะเปลี่ยนกลับเป็นผู้หญิงได้ทุกครั้งไป..อย่างน้อยก็ต่อหน้าเพื่อนฝูง

หลังจากนี้ไป..คงต้องคิดกระบวนท่าอื่นไว้ซะแล้วสิ...

ซวบ!

"อ๊ะ!"

ฉัวะ!

"ตะโกนไปงั้นแหละ....ถ้าอยากตายก็เข้ามา...เผอิญฉันเครียดๆอยู่"เซเรียสแสยะยิ้มเย็น นิ้วเรียวกระดิกเชิญชวน

ใช้เจ้าพวกนี้ทดสอบเอาเลยละกัน!

แล้วเซร์ก็เริ่มไล่ตามพวกปิศาจด้วยความกระหายเลือด....เหล่าอสุรกายพอเห็นประกายวาวโรธราวกับจะฆ่าแกงกันก็รีบวิ่งหนีกันอลหม่านขนาดที่เซร์ยังไม่ทันจะได้ทดสอบท่าใหม่ๆมากมายนักเพราะดันหนีกันไปเสียก่อนจะได้ปะทะกัน จนกระทั่งเด็กหนุ่มวิ่งเข้าสู่เขตอื่น ที่ดูจะบริสุทธิ์ขึ้น...


ดูเหมือนจะมีแต่ปิศาจชั้นสูงที่อยู่ในเขตนี้ได้....

เซเรียสคิดพลางหันซ้ายหันขวา เคียวในมือข้างซ้ายยังคงสั่นไม่หยุดด้วยความปรารถนาจะรับเลือดมากกว่านี้..ยิ่งหลังจากไม่ได้สู้แบนี้อารมณ์ยิ่งทะยานสูง เซเรียสเลียเลือดสีแดงบนมือเรียวที่พลาดถูกกิ่งไม้ข่วนเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยความรื่นรมณ์

"หึๆ ไปไหนหมดแล้วน๊า....ยังไม่หายมันเลย..."

ฟึบ!

โอ๊ะ..พูดถึงก็มาเลย

เซเรียสคิดพลางกระชับอาวุธ เตรียมจะตวัดฟัน

โครม!

เสียงดังนั่นมาจากเสียงทุบกบาลของปิศาจชั้นสูงตนหนึ่งที่ทุบหัวกบาลเพื่อน ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยภาษาของตน

[แกจะบ้าเรอะ! นั่นมันยมทูตนะ!]

[จริงเรอะ!ไม่อยากจะเชื่อ..ทำไมไม่มีกลิ่นเลย...หรือว่า..ว๊าก หนีๆๆๆๆๆๆๆๆๆเงาแห่งความมืดนี่หว่า!]

เซร์มองปิศาจทั้งสองตนพลางกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะกุมขมับขันๆปนเหนื่อยหน่าย

ฉันเข้าใจที่แกพูดนะ.....

แต่เอาเหอะ..ปีศาจชั้นสูง..ระดับราวๆนี้อีกนิดเดียวจะถึงขั้นภูตที่มีสติปัญญาสูง จะฆ่าก็เสียดาย..

[รอดไปน้า~ รีบๆหนีไปก่อนที่ฉันจะยั๊วเหอะ] ภาษาเดียวกันถูกเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างขันๆ สองปิศาจร่างดำมองหน้ากัน ก่อนจะรีบวิ่งหนีหายไป

เซร์มองตามพลางถอนหายใจอย่างหน่ายๆ ก่อนะเอนหลังกับต้นไม้เมื่อเพิ่งรู้สึกว่าเหนื่อยเต็มที..

เหนื่อยวิ่งน่ะสิ..ไม่ได้เหนื่อยเพราะสู้

เซร์เอ่ยประชดในใจ


แต่แล้วเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้น....

"กรี๊ด!!!!!!!!!!!!"

"อะไรอีกเนี่ย?" เซร์พูดออกมาอย่างหน่ายๆ พลางบิดขี้เกียจและลุกขึ้น ก่อนจะรุดหน้าไปตามเสียงร้องด้วยสัญชาตญาณของยมทูต เด็กหนุ่มฝ่าเข้าไปในพงไม้หนาม รองเท้าหนังกระทบกับกิ่งไม้ที่อยู่สูงขึ้นไปยามเมื่อเจ้าตัวกระโดดขึ้นสูง แล้วปล่อยร่างลงมาให้ลงกระทบกับผืนดิน ก่อนดวงตาน้ำเงินเข้มจะตวัดพบจะพบร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง

"...........ร้องทำไม?"เซร์ถามเด็กสาวคนหนึ่งที่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่

"ไอ้การพูดอย่างนี้มันจะไม่เสียมารยาทกับสุภาพสตรีไปหน่อยเหรอ? ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย"เด็กสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งปนจะสั่นๆด้วยความกลัว

"........................."ขอโทษเถอะ.... ฉันยังไม่อยากบิดเบือนทางเพศ....ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นผู้ชายก็เถอะ

"กรี๊ด!!!!!!"เด็กสาวกรีดร้องขึ้นอีกครั้งเมื่อปิศาจอีกตนโผล่ออกมา ก่อนปิศาจตนนั้นจะชะงักไป แล้วเอื้อนเอ่ยด้วยภาษาของปิศาจ...

[ว๊าก!!!!!!!!! ส่งข่าวๆๆๆๆ เงาแห่งความมืดมา]

[ว่าไงนะ]

[หนีเร็วๆๆ]

[ฉันยังไม่อยากตาย!]

หลังจากที่เซร์ฟังคำพูดต่างๆนาของเหล่าปิศาจแล้ว....ก็ถึงกับถอนหายใจ

นี่....ดูเหมือนว่า......พวกปิศาจจะกลัวเงาแห่งความมืดเข้าสายเลือดแฮะ

เอาเถอะนะ...เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แล้วเขาก็ไม่ได้คิดว่ามันแย่เท่าไหร่

ว่าแล้วเซร์ก็หันไปทางเด็กสาว แล้วยิ้ม ก่อนจะกล่าวสบายๆ

"ถึงจะแบบมึนๆ แต่เธอรอดแล้วล่ะ"


++++++++++++++++++++


"ข้าชื่อ เซเรียส ดรากูล เรียกว่าเซร์ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จัก" เด็กหนุ่มพูดสบายๆก่อนจะหันไปถามเด็กสาวที่นั่งอยู่กับพื้น "แล้วเจ้า?..."

".......เวเรเอล เฟอร์มีล"เวเรเอลพูดพลางยื่นมือให้เซร์ ดวงตาสีทองสุกสกาวมองมาที่เด็กหนุ่มอย่างติดจะไม่ไว้ใจ เซเรียสรับมือที่ยื่นมาแล้วฉุดให้ยืน

"บุตรีของมิคาเอล?"เซร์พึมพำพลางมองโครงหน้าหวาน...ที่คลับคลายคลับคลาจะเคยเห็นที่ไหนซักแห่ง

เดี๋ยวก่อนสิ.....เฟอร์มีล...นี่มัน..หรือว่า....

"เวเร!เป็นอะไรไหม"

"เรเอล"

เฮือก!

"ขะ..ข้าขอตัวนะ!"เซเรียสรีบวิ่งไปทันทีที่ได้ยินชื่อของเด็กหนุ่มซึ่งวิ่งตามมาทีหลัง แต่ไม่ทันจะได้วิ่งหนีไปไหนไกล เจ้าของนามก็จับแขนเรียวไว้ซะก่อน

"เจ้าน่ะ! ขอบคุณนะที่อุตส่าห์ .....เอ๊ะ! เซร์....เจ้ามาทำอะไรที่..อุ๊บ!"เรเอลตะโกนอย่างตกใจ แต่ก่อนที่จะพูดอะไรไปมากกว่านั้นมือเล็กก็ตะปบลงบนริมฝีปาก เด็กหนุ่มผมขาวรัดคอเทวดาหนุ่มไว้แน่นก่อนจะลากไปพร้อมๆกัน

"โอ๊ย! ยัยบ้า! ข้าหายใจไม่ออกนะ! ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่...และในสภาพแบบนี้กัน"เรเอลว่าหอบๆเพราะขาดอากาศพลางชี้มาทางเซร์อย่างสงสัย ดวงตาสีทองเฉกเช่นเดียวกับน้องสาวมองมาที่เพื่อนรักอย่างแข็งกร้าว ก่อนเจ้าตัวจะเสยผมยุ่งๆสีเดียวกับดวงตาให้เข้าที่ "ว่าไง? ตอบมาสิ"

"....ท่านพี่โซฟีเลียให้ข้ามาที่นี่ในรูปลักษณ์แบบนี้ มันช่วยไม่ได้จริงๆ"เซร์กล่าวอย่างเนือยๆ ใบหน้าแสดงชัดว่าอ่อนล้าเต็มที เรเอลขมวดคิ้วกับใบหน้าแบบนั้น ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

“แล้วเจ้าก็ทำตามเขา?”

“หรือเจ้าจะกล้าขัดพี่โซฟีเลีย.....เอาเถอะ จะด่าจะบ่นอะไรก็เอา....”เซร์เอ่ยอ่อนระโหย ความเหนื่อยแม้เพียงน้อยนิดพุ่งโจมตีกาย กระทั่งไม่มีแรงจะต่อล้อต่อเถียงกับเพื่อน ก่อนจะเอนกายพิงกับต้นไม้เล็กแล้วถอนหายใจ "แล้วได้มีข่าวแจ้งไปหาท่านมิคาเอลไหม?"

"มี พ่อของข้าบอกว่าจะมียมทูตเข้าเรียนสองคน"เรเอลเอ่ยพลางพิงต้นไม้บ้าง

"สองคน!" เซร์ตะโกนอย่างตกใจ แทบจะลืมความเหนื่อย

แล้วใครเป็นอีกคนหนึ่งฟะ!

เซร์คิดในใจ รู้สึกปั่นป่วนยุ่งยากเหลือหลาย แต่ก็รู้สึกยินดีที่มีเพื่อน..ก็นะ ยมทูตคนเดียวในดงเทวดานี่หว่า..

“ว่าแต่อีกคนที่ว่าน่ะใครกัน”

เรเอลเกาคางอย่างครุ่นคิด คิ้วเรียวขมวดมุ่น

"ข้า..อืม.เท่าที่รู้มา.รู้สึกจะมีฉายาว่า........."

"ดาบสีนิล"


ทรูเลียร์ *พิธีการรับศีลปกปักกายไม่ให้ความบริสุทธิ์เสื่อมถอยไปกับอากาศสกปรกในโลกมนุษย์

Comment

Comment:

Tweet