Title : Calm Down, Baby

Author : sinnerdarker

Paring : RivaillexEren

Rating : PG-13... G เลยดีกว่าไหม!!!

 

 

ใช่..คุณทำได้ รีไวล์….. ฉันไม่เคยคลอดฟิคติดกันมาก่อนเลยนะ!! /ร้องไห้

 

ขนาดฮิบาริซังเอย ซินแบดเอยจาฟาลเอย ยังไม่ทำให้ฉันเพ้อจนออกฟิคเลยนะ!! /ปิดหน้า

 

(ไม่นับ คันดะกับอเลน อันนั้นขึ้นหิ้งไปนานแล้ว)

 

 

ปล. แอบซ้ำกะฟิค “โกหก” ของหม่ามี๊ ตอนอ่านตกใจมากหม่ามี๊กะป้าซิงโครกันเร้ออออออ

 

 

ปลล. ฟิคนี้ท่านรีไวล์อ่อนโยนมากถึงมากที่สุด(รึเปล่านะ.. ก็ถึงขนาดลูบหัวกับให้นอนแขนก็คงใช่ล่ะมั้ง)

 

ขอโทษค่ะ ฟิคนี้นิสัยรีไวล์ซังหลุดและหวานมาก ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่าาาาาาา

 

 

 

(ปล. กลัวไม่ฟินเท่าเรื่องแรกจัง /ร้องไห้)

 

 

 

++++++++++++++++++++++++


 


เขาได้กลิ่นเหล็ก


กลิ่นนั้นติดค้างอยู่ที่ปลายจมูกของเขา ฉุนรุนแรงราวกับใครเอาเหล็กขึ้นสนิมมากเกย แต่อีกทีเขากลับรู้สึกว่ากลิ่นนี้อยู่ใกล้กว่านั้น.. มันติดอยู่ในลำคอของเขา

 

เอเลนรู้สึกว่าลำคอของตนเหนียวเหนอะอย่างประหลาดทั้งระคายจนอยากสำรอก แต่ที่หนักกว่านั้น.. กลับเป็นร่างกายที่หนักอึ้งจนไม่สามารถบังคับ

 

รอบข้างเงียบสงัด…เงียบอย่างน่าประหลาดเงียบจนเบาคิดว่าตนควรจะลืมตา

 

สิ่งที่เห็นอย่างแรกคือสีแดง..

 

สีแดงนั้นไม่ได้ไหลนองเป็นทะเล ทว่าไหลนองเป็นแอ่งอยู่หลายบริเวณ

 

วินาทีต่อมาเขาก็รู้ว่าสีแดงนั้นคือเลือด

 

และในอีกวินาทีต่อมาเขาก็รู้ว่านั่นคือเลือดของมนุษย์…เลือดที่ไหลออกมาจากร่างมนุษย์ที่นอนระเกะระกะอยู่รอบข้างเขา

 

ความโกรธพุ่งทะยานขึ้นมาในใจของเขาแผดเผาลุกไหม้อยู่ภายใน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธขึ้งที่ไม่อาจทำให้ดับมอดลงได้อย่างง่ายดาย



ใคร!!


ใครเป็นคนทำเรื่องพวกนี้!!

 

 

เอเลนกำหมัดแน่นก่อนเปล่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่อัดแน่นอยู่ภายใน ทว่าเมื่อเสียงของเขาถูกเปล่งออกไป.. เอเลนกลับต้องเป็นฝ่ายชะงักเสียเอง

 

เพราะเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเขา….แต่เป็นเสียงที่เขาคุ้นเคย


มันเป็นเสียงคำราม

 

เอเลนยกสองมือขึ้นมอง ก่อนเบิกตากว้างเมื่อมันดูแปลกตาไปกว่าที่เคย

 

..นี่ไม่ใช่มือของเขา

 

เหนือสิ่งอื่นใด..มันเปลือยเปล่าและแปดเปื้อนด้วยเลือด…เลือดเหนอหนะสีแดงสด


กลิ่นของเหล็กยังติดอยู่ที่ลำคอ

 

ไม่ใช่..มันไม่ใช่กลิ่นของเหล็ก


มันคือกลิ่นของเลือด 

 

เอเลนแตะนิ้วลงบนริมฝีปากของเขาปาดของเหลวเหนอะหนะที่เปื้อนอยู่ออกมา และพบว่ามันคือเลือด..เลือดและเศษชิ้นส่วนเสื้อผ้าของมนุษย์

 

ห้วงความคิดของเด็กหนุ่มเริ่มสับสนความจริง บางอย่างพลันร่วงหล่นในใจเขา ทว่ายากจะยอมรับ..ยากจะพูดออกมา

 

“ในที่สุดก็อาละวาดแล้วสินะ”

 

เสียงทุ้มต่ำไร้อารมณ์ดังมาจากที่ไหนซักแห่ง และเมื่อทอดมองออกไป สิ่งที่เขาเห็น..คือร่างของผู้ที่เป็นผู้บังคับบัญชาของเขา

 ร่างนั้นยืนนิ่งอย่างสงบท่ามกลางสายลมเหนอะหนะที่พัดผ่านอย่างเย้ยหยัน โบกสะบัดพัดพาให้ผ้าคลุมสีเขียวพริ้วไหวตามสายลม ดวงตาเรียวคมหรี่หยันกดดันมองตรงมาที่เขาราวกับกำลังมองสัตว์โสโครกที่ต้องกำจัดเสียให้ดับดิ้น

 

 ริมฝีปากของชายหนุ่มหยัดตรง ไร้อารมณ์ พร้อมด้ามดาบโลหะที่กระชับไว้ในมือ

 

เอเลนนึกอยากจะส่งเสียงเรียกอีกฝ่าย ทว่าเสียงที่หลุดออกมากลับเป็นเพียงเสียงคำราม


..เสียงที่ไร้ซึ่งความหมายและไม่อาจมีใครเข้าใจได้

 

“..ในเมื่ออาละวาดแบบนี้”ชายหนุ่มเอ่ยพึมพำ เอียงคอราวกับไม่ใส่ใจนัก “ฉันคงต้องจัดการนายแล้วสินะ ..”

 

พูดจบคำ ไอน้ำก็พวยพุ่งจากวัตถุทรงกลมที่ด้านหลังเอว พร้อมปลายฉมวกที่พลันพุ่งออกมาปักลงบนสิ่งก่อสร้าง และร่างของชายหนุ่มผู้ปราดเปรียวก็โบยบินราวกับติดปีกแห่งสายลม

 

ร่างนั้นมุ่งตรงมาที่เขาอ้อมมาที่ด้านหลังทันก่อนที่เอเลนจะขยับหนี พร้อมสะบัดดาบคู่ยาวตรงลงที่ช่วงด้านหลังของลำคอ…

 

 

ความเจ็บที่แล่นปราดไปทั่วร่างทำร้ายเขาจนแทบหมดสติ

 

.

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

 

เฮือก!!

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มเบิกดวงตาขึ้น มองทอดไปยังเพดานสีอิฐเก่าทรุดโทรม

 

เสียงลมหายใจกระชั้นพร้อมหัวใจที่เต้นรัว.. และร่างกายที่สั่นระริกเกร็ง

 

อากาศยะเยือกอย่างประหลาด บางทีคงเพราะเขานอนอยู่ในชั้นใต้ดินซึ่งติดจะชื้นเสียหน่อย แต่ถึงแม้อากาศจะเย็น เหงื่อมากมายก็ยังผุดขึ้นจนร่างกายของเขาเหนอะหนะ

 

ดวงตาของเด็กหนุ่มกลอกมองไปทั่วบริเวณห้องกึ่งโค้งซึ่งก่อด้วยอิฐ ความเงียบสงบในยามค่ำคืนซึ่งกอปรด้วยเสียงสายลมและแมลงทำให้หัวใจของเขาเริ่มสงบลง ลมหายใจรัวเร็วจึงเริ่มผ่อนลง และทอดถอนยาวในที่สุด

 

เอเลนยันกายขึ้นนั่งพร้อมกับยกมือขึ้นมามอง ก่อนจะกอดร่างตัวเองที่ยังคงสั่นสะท้านไม่หยุด


…ความฝัน..

 

นัยน์ตามีเขียวสว่างหรี่ลงโล่งอกอย่างหาที่ประมาณไม่ได้ เด็กหนุ่มค่อยเอนหลังพิงกับหมอนของตนก่อนยกมือขึ้นสัมผัสที่หลังคอของตน

 

..สัมผัสในความฝันเหมือนจริงเสียจนหลงเหลือความรู้สึกเจ็บเอาไว้

 

เมื่อสำนึกรู้สึกตัวพลันตกต้องร่างอีกครั้ง ภาพความฝันก็ประดังประเดร่วงหล่นสู่ความคิด สุดท้ายอาการคลื่นเหียนก็เล่นงานเอเล นจนสุดท้ายเด็กหนุ่มต้องวิ่งไปสำรอกออกในห้องน้ำที่อยู่ติดกับห้องของตน

 

“อ่อก…แค่ก!”เด็กหนุ่มอาเจียนจนรู้สึกถึงรสเปรี้ยวของน้ำย่อยในกะเพาะ ทว่าอาการคลื่นไส้กลับยังคงอยู่ วนเวียนไปมาพร้อมภาพในความฝันที่แจ่มชัดจนน่าใจหาย

 

ใช่แล้ว…แม้จะรู้แล้วว่าเป็นความฝัน ทว่าร่างกายของเขากลับยั่งสั่นสะท้านไม่หยุด พร้อมภาพที่หมุนวนแจ่มชัดราวกับเกิดขึ้นจริง


ไม่เป็นไร..

 

เด็กหนุ่มได้แต่ปลอบตัวเอง


นั่นเป็นแค่ความกังวลเท่านั้น..เขาควบคุมร่างไททันได้…ต้องควบคุมได้..ดังนั้นไม่เป็นไร


เขายังคงอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้คนที่เขารักได้ 

 

เมื่ออาเจียนจนแทบจะหมดแรงเด็กหนุ่มร่างเพรียวก็ทรุดลงกับพื้น พิงหลังลงกับกำแพงชื้นสกปรกและหายใจแผ่วอย่างเหนื่อยอ่อน พร้อมกับกอดร่างของตัวเองไว้

 

นับแต่วันที่รู้ตัวว่าตนเป็นไททันเขาก็ฝันเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชัดเจนยิ่งขึ้นตามกาลเวลา

 

เอเลนรู้ดีว่านี่เป็นแค่ความกังวลของเขา…ความกังวลที่กัดกินสะสมอยู่ภายใน ทว่าเขากลับห้ามมันไม่ได้..ห้ามความฝันที่เกิดขึ้นทุกค่ำคืนไม่ได้

 

เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าควรจะเล่าความกังวลนี้ให้ใครฟัง เขาไม่กล้าเล่าให้เหล่ารุ่นพี่ในหน่วยฟัง และยิ่งไม่กล้าเล่าให้หัวหน้ารีไวล์หรือฮันซี่ซังฟัง

 

..เขาอยากเล่าเรื่องนี้ให้มิคาสะหรือไม่ก็อาร์มินฟัง ทว่าบัดนี้…เขาไม่สามารถแม้แต่จะพบหน้าเพื่อนรักได้

 

คิดถึงตรงนี้เอเลนก็กัดริมฝีปากตัวเองเบา สะบัดความอ่อนแอของตนทิ้งเสียก่อนลุกขึ้นแล้วตบใบหน้าของตนเสียงดัง

 

เขาจะอ่อนแอไม่ได้…



จะอ่อนแอไม่ได้!

 

 

 

 

+++++++++++++++++

 

 

 

 

“เอเลน สีหน้าดูไม่ดีเลยนะ เป็นอะไรหรือเปล่า?”ฮันซี่เอ่ยถามในขณะที่กำลังตรวจร่างกายของเด็กหนุ่ม พร้อมกวาดสายตามองเอเลนตั้งแต่หัวจรดเท้า เด็กหนุ่มดูซีดเซียวไปมากจากช่วงแรกๆ ที่เจอกัน ขอบตาดำคล้ำ พร้อมกับผอมไปอักโขทีเดียว “ดูผอมไปเยอะเลยนะ เป็นผลกระทบจากการทดลองรึเปล่าเนี่ย? แต่ฉันก็ว่าไม่ได้ทำอะไรที่มีผลข้างเคียงนะ”

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่เครียดนิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่ใช่เพราะฮันซี่ซังหรอกครับ”เอเลนบอกปัดความคิดอีกฝ่ายพร้อมยิ้มแหยและหัวเราะแห้งๆ แม้ว่าจะรู้สาเหตุที่แท้จริงดีแก่ใจก็ตาม

 

เขาจะบอกได้ยังไงว่าไม่ได้นอนมาเป็นสัปดาห์แล้ว…

 

จะบอกว่าเอเลนขี้ขลาดก็ได้แต่ เขาไม่กล้าหลับ…ไม่กล้าแม้แต่จะสัพหงก เพราะกลัวความฝันที่ไม่น่ารื่นรมย์จะคืบคลานรุกเข้ามาหาเขาอีกในยามหลับใหล สุดท้ายเด็กหนุ่มจึงฝืนตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต.. ด้วยการไม่หลับไม่นอนมาตลอดสัปดาห์นึงเต็มๆ

 

น่าตกใจเหมือนกันที่เขายังยืนอยู่ได้ ปกติไม่ได้นอนเป็นสัปดาห์คงลุกขึ้นยืนแทบไม่ไหวแล้ว แต่เอเลนก็ยังสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เกือบเหมือนปกติ.. แม้ว่าภายนอกจะดูโทรมอย