Title : Respect , Hate and Love

 

Author :Sinnerdarker

 

Paring :RivaillexEren

 

Rating : PG-15

 

Another Note : ในที่สุดความฟินก็ให้กำเนิดฟิคเรื่องนี้จนได้ฟฟฟฟฟฟฟ ไม่นึกว่าจะแต่งจบ(และไม่นึกว่าจะยาวขนาดนี้!!) ติดลมฉิบหายวายป่วงว่ะค่ะ 555+

 

จากนี้อาจจะกำเนิดวันชอทอยู่เรื่อยๆเนื่องจากความฟินส่วนฟิคยาวเหรอ..ฝันไปเหอะ!!ตรูไม่สามารถพอ /โดนนิยายออริเกาะหลัง

 

 อ๊ากกกกรีไวล์ซังเอาใจฉันไปเล้ยยยยยย

 

 

                                                             +++++++++++++++

 

 

 

ถ้าถามว่าในหน่วยสำรวจเขานับถือใครมากที่สุด บางที่ถึงไม่ต้องรู้จักเขามากก็คงรู้ว่าเขาจะตอบว่าอะไร

 

 

เขานับถือหัวหน้ารีไวล์มากที่สุด

 

ถึงแม้ในหน่วยจะมีรุ่นพี่ที่น่านับถืออยู่หลายคน และเขาก็ยอมรับว่าอยู่กับคนเหล่านั้นได้สนิทใจมากกว่าหัวหน้ารีไวล์ รวมถึงพูดคุยด้วยมากกว่า แต่สุดท้ายแล้วหากถามว่าเขานิยมชมชอบใครมากที่สุด เอเลนก็คงตอบได้คำเดียวว่าหัวหน้ารีไวล์

 

หากถามว่าทำไมเขาถึงคิดเช่นนั้น..บางทีอาจเป็นเพราะความเป็นหัวหน้าของอีกฝ่ายกระมัง ..แวบแรกที่เขาเห็นและรู้จักคนคนนี้เขารู้สึกเหมือนกับเจ้าตัวจะต้องเย็นชาและไม่แยแสโลก แต่เมื่อได้กลายเป็นหนึ่งในลูกน้องของรีไวล์เอเลนก็รู้สึกทันทีว่าชายหนุ่มค่อนข้างใส่ใจคนของตนอยู่มากพอควร

 

….แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่กลัวหัวหน้ารีไวล์

 

เอเลนคิดขณะยืนอยู่หน้าห้องส่วนตัวของหัวหน้ารีไวล์ เม็ดเหงื่อเย็นผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อครู่รุ่นพี่คนหนึ่งเพิ่งจะมาเรียกเขาให้มาพบหัวหน้ารีไวล์ เจ้าตัวไม่ยอมบอกเขาเลยซักนิดว่าหัวหน้ารีไวล์เรียกตนมาเพื่อทำอะไร ทั้งยังทำสีหน้าราวกับชายหนุ่มจะเรียกตัวเขามาฆ่า สุดท้ายจินตนาการเลยพาลคิดไปถึงเรื่องเลวร้ายสุดกู่นับไม่ถ้วนที่คิดว่าหัวหน้ารีไวล์อาจจะทำกับตัวเอง

 

เด็กหนุ่มผมน้ำตาลจ้องมองประตูไม้พลางสูดลมหายใจลึก รู้ดีว่าควรจะเคาะประตูเพื่อบอกเจ้าของห้องว่าตนมาถึงแล้ว แต่ดูเหมือนแขนเจ้ากรรมจะไม่ทำตามคำสั่งเขาเสียเท่าไหร่ ในเมื่อมันยังคงประสานไขว้กันที่แผ่นหลังในท่ามาตรฐานของทหารอย่างมั่นคง

 

แต่ถ้าขืนเขาไม่รีบเคาะประตู หัวหน้ารีไวล์ก็อาจจะหงุดหงิดและเปิดประตูออกมาฆ่าเขาก็ได้..

 

ก็ถึงจะบอกว่าใส่ใจยิ่งกว่าที่คิด ก็ไม่ได้หมายความว่าหัวหน้ารีไวล์จะใจดีนี่นา

 

เอเลนคิดพลางสูดลมหายใจลึก ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นเตรียมเคาะประตูไม้ตรงหน้าตน ทว่าไม่ทันทำอย่างที่ใจสั่ง ประตูบานตรงหน้าตนก็เปิดออกชนเข้ากับหน้าผากของเด็กหนุ่มอย่างจัง

 

โป๊ก!!

 

“อูย……….”เอเลนร้องครางแล้วทรุดลงไปนั่งกับพื้น มือหยาบกร้านทั้งสองยกขึ้นแตะหน้าผากตามสัญชาตญาณ ศีรษะปวดตุบเนื่องจากแรงที่ประตูฟาดใส่หนักพอสมควร

 

“นาย….มานั่งขดอะไรอยู่หน้าห้องฉัน”เสียงราบเรียบดังขึ้นจากด้านบน กดดันจนแทบจะทำให้เอเลนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น

 

“เงยหน้าขึ้นมา”

 

เอเลนยังคงนิ่ง

 

“ฉันบอกให้เงยหน้าขึ้นมา”ได้ยินแบบนั้นเด็กหนุ่มผมน้ำตาลก็สะดุ้ง ก่อนต้องรีบเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อเห็นใบหน้าของเขา ชายหนุ่มผู้กุมตำแหน่งหัวหน้าทหารอยู่ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนออกเสียงเรียกชื่อเขาด้วยเสียงทุ้มต่ำไร้อารมณ์“เอเลน? นายมาทำอะไรที่นี่ ว่างนักรึไง”

 

เด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อบนใบหน้าไร้อารมณ์เริ่มปรากฏร่องรอยของความหงุดหงิด ทว่าจะด้วยลุกขึ้นยืนเร็วไปจนเลือดขึ้นไปเลี้ยงไม่ทันหรือเป็นเพราะอาการปวดหัวจากการกระแทกยังคงอยู่ เขาก็หน้ามืดไปชั่ววูบแล้วเกือบเซล้มลงไป

 

หมับ!

 

ไม่ทันจะเซล้มลงไปกองกับพื้น แขนของเขาก็ถูกดึงเอาไว้ ก่อนจะถูกอ้อมแขนโอบประคองเอวไว้เพื่อยืนให้มั่น

 

“เป็นอะไรของนายเมื่อเช้าไม่ได้กินข้าวรึไง?”เสียงทุ้มต่ำราบเรียบบอกพร้อมหรี่มองด้วยสายตาคมปราดซึ่งแลดูเหยียดหยามอยู่ทุกเมื่อ ทว่าเมื่อได้รู้จักคนคนนี้มากขึ้น..เอเลนก็รู้ในที่สุดว่ามันเป็นแววตาตามธรรมชาติของเจ้าตัว

 

“ขอโทษครับหัวหน้ารีไวล์ เมื่อครู่ผมหัวกระแทกประตูนิดหน่อย ก็เลยยังมึนไม่หายน่ะครับ”เอเลนตอบอย่างฉะฉานขณะยังยกมือกุมหน้าผากตัวเองอยู่ ก่อนจะก้มมองใบหน้าของคนที่เตี้ยกว่าเขาราวสิบเซนต์ และเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้รีไวล์ประคองตนไว้อยู่..ในลักษณะที่น่าอายทีเดียว

 

“ขะ..ขอโทษครับหัวหน้ารีไวล์!!”เอเลนเอ่ยพร้อมรีบขยับมายืนตรง ส่วนรีไวล์ก็ปล่อยแขนออกราวกับเป็นเรื่องธรรมดา ก่อนจะกอดอกพิงร่างกับประตูแล้วมองเอเลนนิ่ง

 

เอเลนที่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่พูดอะไรก็ยืนนิ่งต่อไ ปก่อนสะดุ้งเฮือกเมื่อใบหน้าของรีไวล์เริ่มขมึงเครียดกว่าเก่า พร้อมเปล่งน้ำเสียงกดดัน

 

“มาทำอะไรที่นี่”

 

“อะ..เอ้อ! รุ่นพี่ไมค์บอกผมว่าหัวหน้ารีไวล์เรียกผมน่ะครับ!!”เอเลนเอ่ยพร้อมกำหมัดขวาทุบลงบนหน้าอกตนเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้บังคับบัญชาของตน ในขณะที่รีไวล์เลิกคิ้วขึ้นพร้อมยกมือขึ้นแตะที่คางตนราวกับเพิ่งนึกได้ “อ้อ..ใช่ดูเหมือนว่าฉันจะเรียกนายมาจริงๆ”

 

ว่าจบเจ้าตัวก็เดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะหันมาเอ่ยกับเด็กหนุ่มผมน้ำตาลที่ยังยืนยิ่งอยู่ข้างนอก“เข้ามา มัวยืนเซ่ออะไรอยู่”

 

“คะ..ครับ!!”เอเลนเดินตามเข้ามาตามคำสั่ง ดวงตากวาดมองห้องของหัวหน้าตนอย่างนึกทึ่ง ..นอกจากห้องของอีกฝ่ายจะเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนเครื่องเรือนก็จัดสรรอย่างเป็นระเบียบ

 

ขนาดว่าที่นี่เป็นแค่ที่พักชั่วคราวก็ยังจัดได้ขนาดนี้..เขายอมรับในความเจ้าระเบียบของคนคนนี้จริงๆ

 

“รายงานการลาดตระเวนนี่ของนายสินะ”เอเลนที่เพิ่งก้าวเดินเข้ามาแล้วยืนหยุดอยู่บริเวณหน้าประตูหันขวับตามเสียง แลเห็นชายหนุ่มนั่งพิงอยู่บนขอบโต๊ะพร้อมโบกรายงานยับๆ ซึ่งมีลายมือเละเทะอยู่บนนั้นให้เขาดู เอเลนที่เห็นรายงานฉบับที่ว่ากลืนน้ำลายเอื๊อก รับรู้ได้ในทันใดว่าตนถูกเรียกมาเพราะอะไร

 

“…คะ…ครับ”

 

“ดังกว่านี้”

 

“ครับ!ผมเป็นคนเขียนรายงานนี้ขึ้นมาเองครับ!”

 

“งั้นเหรอ…”น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเฉียบยิ่งกว่าเก่า ดวงตาคู่คมหรี่ลง ตามด้วย….

 

โครม!!

 

“..ใครสั่งใครสอนให้นายเขียนรายงานแบบนี้”อีกฝ่ายว่าด้วยสีหน้าเรียบราวกับไม่ได้กำลังโกรธเคืองใคร ทว่าขายาวกลับเตะลงบนบนผนังห้องจนแตกลายงาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเฉียดใบหน้าของเด็กหนุ่มไปไม่ถึงเซนต์..อันที่จริงก็คือบนใบหน้าของเอเลนมีแผลจากขอบรองเท้าเรียบร้อยแล้ว

 

“เอ่อ…”

 

“อ่านไม่รู้เรื่องวกไปวนมา มีแต่น้ำ”ชายหนุ่มว่าพลางกวาดสายตาในรายงาน ทั้งๆที่ยังคงไม่เอาเท้าออก “ขนาดตั้งใจอ่านยังได้ความไม่ถึงครึ่งของที่เขียนมา”

 

“ขอโทษครับหัวหน้ารีไวล์ ครั้งหน้าผมจะตั้งใจเขียนกว่านี้!”เอเลนรับความผิดแต่โดยดีพร้อมหลับตาปี๋พลางคิดในใจว่า..ช่วยเอาขาออกไปจากข้างๆ หน้าผมทีเถอะ

 

“แสดงว่ารอบนี้นายไม่ตั้งใจเขียน?”

 

“มะ..ไม่ใช่ครับ…..”

 

“แล้วนี่นายใช้อะไรเขียนเอเลน มือหรือเท้า? ลายมือมันถึงได้บัดซบได้ขนาดนี้”

 

“………”เอเลนเริ่มพูดอะไรไม่ออก ลายมือเขาเมื่อก่อนเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ถ้าตั้งใจเขียนก็อาจจะพออ่านได้อยู่หรอก แต่เด็กหนุ่มต้องยอมรับว่าตนรีบเขียนรายงานฉบับนี้ไปหน่อย สุดท้ายลายมือเลยไก่เขี่ยไปเสีย..

 

...ถ้ารู้ว่าคนตรวจเป็นหัวหน้ารีไวล์เขาคงเขียนให้มันบรรจงกว่านี้

 

“……หึ”

 

 

ขวับ! 

 

 

 

…ผัวะ!

 

“อุ๊ก!!”เสียงอุทานดังลั่นเมื่อเท้าที่แตะเดิมแตะอยู่ข้างใบหน้าพลันสะบัดเตะผลัวะเข้าให้เต็มๆ ที่สีข้าง เอเลนล้มลงไปกองกับพื้น ในขณะที่รีไวล์เดินกลับไปที่โต๊ะ ก่อนลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมาวางไว้หน้าโต๊ะทำงานตน ส่วนตนเองเดินไปนั่งที่เก้าอี้ด้านหลังโต๊ะ

 

“นั่นเป็นโทษเรื่องรายงานคราวนี้”เสียงเรียบเย็นเอ่ย“เอเลน ลุกขึ้น”

 

“คะ..ครับ”เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนอย่างยากเย็น ความเจ็บที่สีข้างทำเอารู้สึกจุกจนพูดไม่ออก แต่ต้องยอมรับว่า…เจ็บน้อยกว่าครั้งที่อีกฝ่ายเตะใส่หน้าเขาเยอะ

 

“ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียว ตั้งใจฟังด้วย”อีกฝ่ายว่าพลางเอนหลังลงกับพนักพิงอย่างสบายใจเฉิบ ก่อนหรี่ตามองเอเลนที่แม้ลุกขึ้นก็ยังยืนนิ่งห่างจากเขาออกไป “มัวทำอะไรอยู่ รีบมานั่งตรงนี้ ฉันจะบอกแค่ครั้งเดียวเท่านั้นว่ารายงานมันทำกันยังไง แล้วคราวหน้าถ้าฉันเห็นของแบบนั้นบนโต๊ะฉันอีกแล้วรู้ว่าเป็นของนาย ก็เตรียมใช้หน้าใหม่ได้เลย”

 

…เพราะหัวหน้ารีไวล์คงเตะหน้าเขาเละแน่ๆ สินะ…

 

“คะ….ครับ!!”เอเลนยืนตัวตรงตอบรับ สยองเล็กน้อยกับคำขู่ของอีกฝ่าย แต่เมื่อรู้ตัวแล้วว่าหัวหน้าของตนจะสอนวิธีเขียนรายงานให้ ก็รีบเดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกับรีไวล์ทันที“เอ่อ..หัวหน้ารีไวล์ครับ”

 

“เงียบแล้วฟัง”

 

“ครับ!”

 

หลังจากนั้นหัวหน้ารีไวล์พูดอะไรออกมาบ้าง เขาก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ส่วนหนึ่งเพราะอีกฝ่ายไม่ใช่ครูที่ดีและเขาไม่ใช่นักเรียนชั้นเลิศ หัวหน้ารีไวล์ไม่ได้พูดอะไรมาก แค่บอกว่าต่อไปควรจะเขียนรายงานยังไงและควรจะจัดระเบียบยังไง ..อันที่จริงหากคนอื่นมาฟังก็คงเหมือนชายหนุ่มกำลังพูดบ่นอะไรให้เขาฟังอยู่ ไม่ใช่การสอนอย่างที่มันเป็น เพราะเจ้าตัวเล่นไขว่ห้างวางขาไว้บนโต๊ะราวกับกำลังนั่งเล่นไม่ก็กดดันให้ใครซักคนสารภาพผิด ไม่ได้กำลังสอนใครทำอะไรอยู่

 

บทสนทนาระหว่างเอเลนกับรีไวล์ไม่ได้ใช้เวลานานนัก เวลาผ่านไปซักครู่หนึ่ง ชายหนุ่มผมดำตัดสั้นก็ปิดริมฝีปากลง ก่อนโยนรายงานตัวต้นเหตุใส่หน้าเอเลน

 

“ถ้าเข้าใจแล้วก็ไปเอามาแก้ แล้วเอามาวางบนโต๊ะฉันภายในวันนี้”พูดจบชายหนุ่มก็เอาขาลงจากโต๊ะ ในขณะที่เอเลนกำลังหยิบรายงานที่ปาใส่หน้าตัวเองออก พร้อมกับตอบรับคำสั่งของหัวหน้าตน“รับทราบครับ”

 

 เด็กหนุ่มจัดระเบียบรายงานของตนพร้อมกวาดตาอ่านแล้วยิ้มแหย เพราะเมื่อได้ลองอ่านอีกรอบ ก็ดูเหมือนรายงานฉบับนี้จะห่วยแตกจริงๆ

 

เอเลนทำความเคารพรีไวล์ครั้งหนึ่ง ก่อนเดินตรงไปที่ประตูห้องเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าให้เขาออกไปได้ ทว่ายังไม่ทันจะเดินไปถึงครึ่งก้าวเด็กหนุ่มก็หยุดลง เมื่อชายหนุ่มเจ้าของห้องเรียกตัวเขาไว้

 

“เอเลน”

 

“ครับ? หัวหน้ารีไวล์”เอเลนชะงักฝีเท้าพร้อมหันมามองชายหนุ่ม ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำสีหน้าจริงจัง…มากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา

 

“ฉันเคยถามนายไปสินะ ว่านายเกลียดฉันไหม?”

 

“ครับ…”

 

“แล้วตอนนี้นายรู้สึกยังไงล่ะ เริ่มจะเกลียดฉันมากกว่าเดิมหรือเปล่า”

 

เอเลนเบิกตาขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจคำถามของชายหนุ่ม ดวงตาสีเขียวสว่างจ้องมองไปยังใบหน้าเบื่อโลกของผู้ถามอย่างต้องการหาคำตอบ ทว่ากลับได้เพียงความเยือกเย็นไร้อารมณ์ที่ประดับบนใบหน้าคมของรีไวล์เสมอ

 

เด็กหนุ่มผมน้ำตาลไม่รู้ว่าควรจะตอบกลับไปว่าอะไรดี..เกลียดมากกว่าเดิมอย่างนั้นหรือ? เอเลนไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครหน้าไหนเกลียดหัวหน้ารีไวล์ลง..อย่ามากก็แค่กลัวและไม่อยากเข้าใกล้เท่านั้นเอง

 

เมื่ออีกฝ่ายยังคงเฝ้ารอคำตอบและเอเลนไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไร สุดท้ายเด็กหนุ่มจึงถอนหายใจ ยกมือขวาขึ้นทุบลงบนอกซ้ายของตน และเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ“ไม่ครับ ผมกลับรู้สึกนับถือคุณมากกว่าเดิม”

 

“หืม?”รีไวล์แค่นหัวเราะ แขนทั้งสองวางบนพนักพร้อมมือที่ประสานกัน“นับถืออย่างนั้นหรือ?”

 

“ถึงคนอื่นที่ไม่เคยรู้จักคุณจะไม่ทราบ แต่ผมทราบดีว่าคุณใส่ใจพวกเราที่อยู่ใต้บังคับบัญชาคุณมากแค่ไหน และผมทราบดีว่าทุกคนที่รุ้จักคุณแล้วต่างรู้กัน

 

อีกประการหนึ